background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

ทรัพย์สินเสี่ยง 'น้ำท่วม' เลือก 'ประกันภัย' แบบไหนดี

ทรัพย์สินเสี่ยง 'น้ำท่วม' เลือก 'ประกันภัย' แบบไหนดี

ทำความรู้จักกับประเภทของ "ประกันภัย" ที่ครอบคลุมในกรณีที่บ้าน รถยนต์ นาข้าว ถูก "น้ำท่วม" เพื่อป้องกันความเสี่ยงในช่วงปริมาณน้ำหลาก

"น้ำท่วม" หรือ "อุทกภัย" ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในประเทศไทยบ่อยครั้ง โดยเฉพาะสถานการณ์ปัจจุบันที่ (ปภ.) ออกประกาศเตือนหลายจังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมเนื่องจากมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ระดับน้ำและปริมาณน้ำในเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำเพิ่มขึ้น

สิ่งที่มักจะตามมาอย่างปฏิเสธไม่ได้เมื่อน้ำในหลายพื้นที่มีปริมาณมากคือ "ความเสียหาย" จากน้ำที่ประชาชนต้องแบกรับความเสี่ยงทั้งทรัพย์สิน และชีวิต หนึ่งในตัวช่วยรับแรงกระแทกจากความเสี่ยงที่จะเกิด "น้ำท่วม" ได้ ก่อนจะได้รับผลกระทบคือ "ประกันภัย" 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:  ปภ. เตือน 13 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วม

"กรุงเทพธุรกิจออนไลน์" จึงจะพาไปทำความรู้จักกับประกันภัย สำหรับสินทรัพย์ต่างๆ ที่จะทำหน้าเป็นตัวช่วยรับมือเมื่อเกิดน้ำท่วมให้เจ้าของได้รับผลกระทบน้อยที่สุด โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มทรัพย์สินหลักที่เสี่ยงต่อน้ำท่วม ดังนี้

1. บ้าน ที่อยู่อาศัย 

  • "ประกันอัคคีภัย" ที่เพิ่มการคุ้มครอง "อุทกภัย"

การทำประกันอัคคีภัย สำหรับที่อยู่อาศัยเป็นประกันที่กฎหมายบังคับเพื่อป้องกันภัยจากไฟเป็นหลัก โดยประเภทนี้จะให้ความคุ้มครองภัย 6 อย่าง ได้แก่ ไฟไหม้ ฟ้าผ่า ระเบิด ภัยจากยานพาหนะ ภัยจากอากาศยาน และภัยเนื่องจากน้ำ

แต่เงื่อนไขของ "ภัยเนื่องจากน้ำ" ณ ที่น้ี ครอบคลุมอุบัติเหตุที่เกิดจากน้ำเท่านั้น เช่น น้ำรั่ว น้ำไหลล้นจากท่อน้ำ ถังน้ำ รวมถึงน้ำฝนที่ผ่านเข้าทางท่ออากาศที่ชำรุด แต่ไม่คุ้มครองกรณีเกิด "ภัยน้ำท่วม" ที่เป็นภัยธรรมชาติ และท่อประปาที่แตกจากนอกอาคาร ดังนั้น ผู้ที่ต้องการป้องกันความเสี่ยงของบ้านหรือที่อยู่อาศัยจากเหตุน้ำท่วมจึงต้องขอเพิ่มความคุ้มครองเพิ่มเติม โดยเบี้ยประกันจะแตกต่างกันออกไปตามลักษณะอาคาร ความคุ้มครองที่มากขึ้น และเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกันภัย

  • "ประกันภัยพิบัติ" 

คือประกันที่คุ้มครองความเสียหายหรือสูญเสียของตัวบ้านหรือทรัพย์สินที่เกิดจากเหตุธรรมชาติ ได้แก่ น้ำท่วม แผ่นดินไหว ลมพายุ หรือเหตุการณ์ภัยพิบัติอื่นๆ ที่คณะรัฐมนตรีประกาศว่าเป็นสถานการณ์ภัยพิบัติรุนแรง

ความคุ้มครองของประกันภัยบ้านประเภทนี้ จะเป็นแบบจำกัดความรับผิด (Sub limit) หมายความว่า ไม่สามารถซื้อความคุ้มครองได้เต็มมูลค่าของบ้าน โดยอัตราเบี้ยประกันภัยไม่เกิน 0.5% ของความคุ้มครองต่อปี ทั้งนี้ หากต้องการความคุ้มครองมากกว่า 100,000 บาท ค่าเบี้ยประกันอาจสูงกว่า 0.5% ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัท  ซึ่งประกันภัยพิบัติ จะเป็นประกันที่ตรงจุดสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองจาก "ภัยน้ำท่วม" โดยเฉพาะ

 2. รถยนต์ 

ประกันรถยนต์ที่จะดูแลรถยนต์จากเหตุ "น้ำท่วมรถ" คือ ประกันชั้น 1 ซึ่งเป็นประกันภัยชั้นที่มีความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากที่สุด มีเบี้ยประกันสูงที่สุด หรือบางบริษัทประกันชั้น 2+ ซึ่งมีเงื่อนไขที่ระบุถึงเหตุน้ำท่วมก็ช่วยชดใช้ค่าเสียหายได้

ทั้งนี้ การคุ้มครองกรณีรถเสียหายจากการเกิดน้ำท่วม ไม่ได้ครอบคลุมทุกกรณี เงื่อนไขการประกันภัยมักระบุว่า ต้องเป็นเหตุ "น้ำท่วมรถ" ที่ไม่ใช่เกิดจากความประมาทของเราเอง ซึ่งนั่นหมายความว่าผู้ขับขี่ต้องไม่ตั้งใจที่จะนำรถไปในที่ที่เสี่ยงภัย เช่น การเกิดน้ำท่วมรถที่มาจากความประมาทของเจ้าของรถยนต์เอง หรือมองเห็นอยู่แล้วว่าถนนข้างหน้านั้นมีน้ำท่วมขังอย่างหนัก มีการติดป้ายแจ้งเตือน แต่ยังเลือกที่จะขับรถฝ่าเข้าไป

ในกรณีเหล่านี้จะหมายความว่าน้ำได้ท่วมรถที่เกิดจากความประมาทของผู้ใช้รถเองจะไม่ได้รับความคุ้มครอง

ตัวอย่างกรณีที่ให้ความคุ้มครอง ข่ายของการเคลมประกัน ที่บริษัทก็จะชดเชยค่าซ่อมแซมจากน้ำท่วมรถให้ เช่น การขับรถท่ามกลางฝนตกหนัก แล้วน้ำก็ค่อยๆ เอ่อท่วมถนน และทำให้ “น้ำท่วมรถ” จนได้รับความเสียหาย หรือรถจอดอยู่เฉยๆ แล้วน้ำไหลมาท่วมจนได้รับความเสียหาย เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะทำประกันประเภทใด ผู้เอาประกันจะต้องอ่าน "รายละเอียด" และ "เงื่อนไข" อย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองตรงตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการเมื่อภัยมาถึง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:  ฝนตกหนัก ‘น้ำท่วมรถ’ ‘ประกันรถยนต์’ คุ้มครองไหม

 3. พืชผลทางการเกษตร 

เมื่อ "น้ำท่วม" หรือ "อุทกภัย" เกิดขึ้นนาข้าวมักจะเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงตามมาเสมอ โดยปกติแล้วความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับผลิตผลทางการเกษตรจากอุทกภัย มักจะได้รับความคุ้มครองจากประกันภัยที่เรียกว่า "ประกันภัยนาข้าว" ซึ่งประกันประเภทนี้จัดทำโดย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อช่วยชาวนารับความเสี่ยงจากการสูญเสียผลผลิตที่จะเป็นรายได้ในอนาคต

ในแต่ละปี ธ.ก.ส. เปิดให้ชาวนาสมัครขอ "กรมธรรม์ประกันภัยข้าว" ซึ่งอาจจะมีเงื่อนไข แตกต่างกันออกไปในแต่ละปี เช่น ในปี 2563 ได้มีการปรับปรุงกรมธรรม์ข้าวนาปีให้มีความพิเศษ และเหมาะสมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาในการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งมีข้อความกรมธรรม์ประกันภัยและอัตราเบี้ยประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2563 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จำนวน 4 แบบกรมธรรม์ ได้แก่

1. กรมธรรม์ประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2563 เพื่อกลุ่มลูกค้าสินเชื่อเพื่อการเพาะปลูกข้าวของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)  (รายละเอียด)
2. กรมธรรม์ประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2563 เพื่อกลุ่มเกษตรกรพื้นที่เสี่ยงภัยต่ำ
3. กรมธรรม์ประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2563 สำหรับกลุ่มเกษตรกรรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) และ
4. กรมธรรม์ประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2563 สำหรับกลุ่มเกษตรกรรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) ส่วนเพิ่ม

ทั้งนี้ ผู้ที่จะเข้าร่วมกรมธรรม์เหล่านี้ได้จะต้องมีคุณสมบัติตรงตามที่โครงการประกันภัยข้าวนาปีกำหนดด้วย

160346501039

ที่มา:  ธ.ก.ส.