ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการและกำชับให้ทุกหน่วยงานเตรียมการรับมือกับอุทกภัย และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็ว จากอิทธิพลพายุดีเปรสชั่นอาจมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่นั้น
นายสัญญา แสงพุ่มพงษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศกรรมชลประทาน (ด้านบำรุงรักษา) รักษาราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า “จากรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยา พายุดีเปรสชันได้อ่อนกำลังลงกลายเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง คาดว่าจะเคลื่อนตัวผ่านภาคใต้ตอบบนเข้าสู่ทะเลอันดามันในวันนี้ (9 ต.ค. 63) ส่งผลทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้
กรมชลประทานได้ดำเนินการตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี และ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่เสี่ยงเกิดน้ำท่วมและน้ำล้นตลิ่ง รวมทั้งได้มีการเตรียมพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือ เข้าประจำการยังจุดเสี่ยงต่างๆแล้ว และจะร่วมบูรณาการทำงานกับหน่วยงานในพื้นที่ ในการลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด”
ทั้งนี้ ได้สั่งการให้โครงการชลประทานในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ โดยการเฝ้าระวังติดตามปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 90 พร้อมบริหารจัดการน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม(Dynamic Operation Curve ) รวมทั้งพิจารณาปรับการระบายน้ำให้เหมาะสมสอดคล้องกับฝนที่ตกลงมา โดยไม่กระทบต่อพื้นที่ด้านท้าย ตลอดจนตรวจสอบอาคารชลประทานต่างๆให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ รวมไปถึงการกำจัดวัชพืชไม่ให้กีดขวางทางน้ำ ควบคู่ไปกับการนำน้ำท่าเข้าไปเก็บกักไว้ในพื้นที่แก้มลิง หรือแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ฤดูแล้งหน้าให้ได้มากที่สุดด้วย
ด้านนายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่าฝนที่ตกหนักในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ทำให้ปริมาณน้ำในลำน้ำธรรมชาติหลายสายมีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มีน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ริมน้ำบริเวณอำเภอเมืองนครราชสีมา ได้รับผลกระทบทั้งสิ้น 8 ชุมชน ส่วนในพื้นที่อำเภอปากช่อง เกิดน้ำป่าไหลหลากจากเขาใหญ่เข้าท่วมพื้นที่บ้านคลองเดื่อ บ้านวังประดู่ บ้านคลองเพล บ้านโด่งโต้น บ้านท่ามะปรางค์ ตำบลหมู่สี ซึ่งปริมาณน้ำนี้จะไหลไปลงอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำตะคอง
ทั้งหมด ส่งผลดีต่อเขื่อนตำคองจะมีปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้น สำหรับสำรองไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งหน้า ปัจจุบันเขื่อนลำตะคอง มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 201.77 ล้านลบ.ม. หรือ 64 % ของความจุ ยังสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีกกว่า 110 ล้าน ลบ.ม. โดยปริมาณน้ำที่ไหลหลากนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายน้ำและอำเภอเมืองนครราชสีมาแต่อย่างใด
ด้านนายเกียรติศักดิ์ หนูแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 8 กล่าวเพิ่มเติมว่า“สำนักงานชลประทานที่ 8 ได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำพร้อมเดินเครื่อง ในลำน้ำบริบูรณ์ บริเวณประตูระบายน้ำจอหอ 3 เครื่อง และที่ลำตะคองบริเวรประตูระบายน้ำข่อยงามอีก 3 เครื่อง พร้อมกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำบริเวณใต้สะพานรถไฟ ท้ายประตูระบายน้ำจอหอเร่งผลักดันน้ำออกจากพื้นที่ นอกจากนี้ ส่วนบริหารเครื่องจักรที่ 4 สำนักเครื่องจักรกล ยังได้นำรถแบคโฮ 5 คัน เข้าขุดลอกคลองสาบใหญ่ฝั่งขวา บริเวณประตูระบายน้ำโพธิ์เตี้ย ต.หมื่นไวย์ อ.เมืองนครราชสีมา รวมระยะทาง 11 กม. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำลงสู่ลำน้ำบริบูรณ์ให้เร็วยิ่งขึ้น









