วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปลอดโควิด แต่เศรษฐกิจพัง ตลาดหุ้นไทยปี 2564

"การปลอดโควิด แต่เศรษฐกิจพัง" สถานการณ์ของไทยในปัจจุบันที่ผู้คนชินกับการปิดประเทศป้องกันไวรัส แลกกับธุรกิจชะงัก ขณะที่แบงก์ชาติประมาณการเติบโตเศรษฐกิจไทยปี 64 เหลือ 3.6% ซึ่งฟื้นตัวยากกว่าหลายประเทศ เช่นเดียวกับตลาดหุ้นที่ต้องเหนื่อยไปอีก 1-2 ปี

ตลาดหุ้นไทยยังไม่ไปไหนซักที หลังจากที่ทำจุดสูงสุดตลอดกาลใหม่ไปเมื่อต้นปี 2561 ที่ระดับ 1848 จุด และก็เป็นเวลาเกือบสามปีแล้วที่ SET ดูจะมีทิศทางย่อลงเรื่อยๆ ทำเอานักลงทุนไทยจำนวนมากอยู่ในภาวะ “ติดหุ้น” ขณะที่ดัชนีหุ้นสหรัฐ โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีกลับทำจุดสูงสุดใหม่ให้เห็นเรื่อยๆ เกิดมาเป็นคำถามที่มีบ่อยครั้งว่า เราควรจะยอมตัดขาดทุนหุ้นไทยบางส่วนหรือทั้งหมด เพื่อแบ่งเงินไปลงทุนในต่างประเทศหรือไม่? ส่วนตัวผมคิดว่าควรต้องยอม อย่างน้อยก็บางส่วน ด้วยเหตุผลตามนี้ครับ

  • ปลอดโควิด แต่เศรษฐกิจพัง

ล่าสุดในเดือน ก.ย.2563 แบงก์ชาติได้ออกมาลดประมาณการเติบโตเศรษฐกิจไทยเหลือเพียง 3.6% ในปีหน้า 2564 จากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะฟื้นตัว 5% ขณะที่เศรษฐกิจโลกนั้นทาง World Bank คาดว่าจะฟื้นตัวได้ประมาณ 5-6%

ขณะที่หลายประเทศอย่างสหรัฐ หรือในยุโรป เลือกที่จะไม่ปิดประเทศ ทำให้อัตราการระบาดของโควิดนั้นลุกลามอย่างมาก แต่เศรษฐกิจกลับเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว และดูเหมือนผู้คนจะเริ่มชินชากับเจ้าโรคระบาดตัวนี้มากขึ้น อย่างในยุโรปนั้น การที่นักฟุตบอลติดเชื้อโควิด เริ่มจะดูเป็นเรื่องปกติขึ้นไปทุกที

กลับมาที่บ้านเรานั้นก็ต้องขอชื่นชมว่าควบคุมการระบาดของโรคได้เป็นอันดับต้นๆ ของโลก แต่ในขณะเดียวกันกลับกลายเป็นว่าคนไทยตอนนี้รับไม่ได้แล้วที่จะให้มีการเปิดประเทศ เพราะรับไม่ได้ที่จะให้มีการติดเชื้อในบ้านเรา แต่สิ่งที่ต้องแลกมาคือการหายไปของนักท่องเที่ยวสามสิบล้านคน การค้าขาย การทำธุรกิจหยุดชะงัก เพราะคนไม่อยากเข้ามากักตัว 14 วัน

สภาวะแบบนี้ในบ้านเราคงจะเกิดขึ้นไปอีกนาน เพราะการระบาดของโรคก็ยังไม่หมดไป วัคซีนก็ยังไม่สำเร็จ หรือต่อให้สำเร็จก็คงใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะผลิต และแจกจ่ายได้ทั่วโลก ดังนั้นจึงค่อนข้างชัดเจนว่าปีหน้า 2564 จะเป็นปีที่ประเทศไทยฟื้นตัวได้ยากกว่าหลายๆ ประเทศ เข้าสู่ภาวะ “ปลอดโควิด แต่เศรษฐกิจพัง”

  • เมื่อไหร่ SET จะกลับไป 1800

ถ้า SET จะกลับไป 1800 ได้อย่างน้อยต้องมีสัญญาณว่า EPS ของ SET มีแนวโน้มกลับไปเติบโตต่อเนื่องได้อีกครั้ง

ในช่วงต้นปี 2561 ช่วงที่ SET ทำจุดสูงสุดเดิมไว้นั้น ระดับ EPS 4 ไตรมาสย้อนหลังของ SET อยู่ที่ประมาณ 100 และนักวิเคราะห์คาดว่าสิ้นปี 2561 นั้น EPS ของทั้งปีจะอยู่ที่ประมาณ 110 ซึ่งตลาดในเวลานั้นให้ระดับ Forward P/E ที่ประมาณ 17 เท่าจึงทำให้ตลาดทำจุดสูงสุดคือ 110 x 17 ซึ่งทะลุระดับ 1800 จุดได้สำเร็จ

ปรากฏว่า EPS ตลาดหุ้นไทยออกมาจริงที่ 96 ในปี 2561 และ 87 ในปี 2562 และน่าต่ำกว่า 60 ในปี 2563 นี้ ซึ่งเท่ากับว่า ณ วันนี้ที่ระดับดัชนีหุ้นไทยที่ 1200 จุดต้นๆ นั้นตลาดเทรดที่ระดับ Forward P/E สูงกว่า 20 เท่า แพงกว่าสมัยที่ดัชนีทะลุ 1800 เสียอีก

สิ่งสำคัญคืออนาคตข้างหน้า เมื่อดูจาก Bloomberg consensus ตอนนี้มองว่า EPS ของตลาดหุ้นไทยจะโต 35% ไปที่ 78 ในปี 2564 และจะโตอีก 23% ไปสู่ 95 ในปี 2565 เท่ากับว่าแม้จะอีกสองปีข้างหน้านักวิเคราะห์ยังคาดการณ์ระดับ EPS ของตลาดหุ้นไทยต่ำกว่าเมื่อ 2 ปีที่แล้ว (ปี 2561) อยู่เลย

นั่นคือสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้เขียนมองว่า เมื่อ EPS ไม่ไปไหน ตลาดหุ้นจะ new high ก็ยาก และที่สำคัญคือเมื่อดูจากการคาดการณ์เศรษฐกิจของแบงก์ชาติ ภาคการท่องเที่ยว การย้ายฐานการผลิตออกจากไทย และการปิดประเทศที่ดูจะไม่สิ้นสุดง่ายๆ แล้ว การที่กำไรจะฟื้นได้ 35% และ 23% ที่ตลาดคาดการณ์ก็ยังดูท้าทายเหลือเกินที่จะเป็นไปได้

เราน่าจะเจออีก 1-2 ปีที่เหนื่อยต่อไปสำหรับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจไทย สำหรับนักลงทุนที่กระจุกเงินลงทุนอยู่ที่หุ้นไทยอย่างเดียวก็ถึงเวลาที่จะหัดกระจายเงินออกไปลงทุนในต่างประเทศบ้างได้แล้วครับ