วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ข่าวดี!!ยกเว้นเก็บค่าธรรมเนียมการเพาะเลี้ยงหอยทะเล & สัตว์น้ำในกระชังทั่วประเทศ

ข่าวดี!!ยกเว้นเก็บค่าธรรมเนียมการเพาะเลี้ยงหอยทะเล & สัตว์น้ำในกระชังทั่วประเทศ

กรมประมง ยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงหอยทะเล สัตว์น้ำในกระชัง และสัตว์น้ำอื่นๆ ที่ทำการเพาะเลี้ยงในที่สาธารณสมบัติ ของแผ่นดิน ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 31 ธันวาคม 2565

นายบัญชา  สุขแก้ว  รองอธิบดีกรมประมง  เปิดเผยว่า  การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินที่มีการเลี้ยงหอยทะเลและการเลี้ยงสัตว์น้ำในกระชังในพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม 2563 เป็นต้นมา

         กรมประมง  ได้หารือกับผู้แทนเกษตรกรกลุ่มต่างๆ อาทิ ประธานกลุ่มเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงหอยแครงบางตะบูน และผู้แทนผู้เพาะเลี้ยงหอยทะเล ฯลฯ มีความเห็นชอบร่วมกันให้เสนอออกกฎกระทรวงฯเพื่อยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินทุกชนิด โดยให้กรมประมง เร่งดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด เพื่อประกาศใช้ต่อไป

160188785581

          ซึ่งเบื้องต้นคณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้เห็นชอบ และให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกกฎกระทรวง “ ยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในที่จับสัตว์น้ำซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ. 2563 ” ลงวันที่ 30 กันยายน 2563 โดยเป็นการยกเว้นค่าธรรมเนียมทั้งการเพาะเลี้ยงหอยทะเล  การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในกระชัง และสัตว์น้ำอื่นๆ ที่ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน

 เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำฯ ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จำนวนกว่า 30,000 ราย คิดเป็นเงินกว่า 60 ล้านบาท ในพื้นที่ 71 จังหวัดที่มีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินดังกล่าว

160188787610

โดยให้สิทธิ์ในแต่ละพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต 1 รอบใบอนุญาต เริ่มตั้งแต่วันที่กฎกระทรวงใช้บังคับ ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ทั้งนี้ หากจังหวัดใดมีการชำระค่าธรรมเนียมไปแล้วก่อนหน้านี้ เกษตรกรจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมในการขออนุญาตฯ ในรอบใบอนุญาตครั้งถัดไป

จึงถือเป็นอีกหนึ่งนโยบายการให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำฯ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พยายามผลักดันมาตรการดังกล่าวจนเป็นผลสำเร็จ  และกรมประมงได้เร่งรัดให้ประมงจังหวัดแลประมงอำเภอในพื้นที่สร้างความเข้าใจและประชาสัมพันธ์ถึงสิทธิตามกฎหมายดังกล่าวให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินได้รับทราบโดยทั่วกัน