พอร์ตหุ้นแนะนำ ต.ค. - เน้นหุ้นขนาดกลาง เลี่ยงความเสี่ยงจาก ภายนอกประเทศ
พอร์ตหุ้นเดือนกันยายนลดลง 5.3% แย่กว่าดัชนี SET
ตลาดหุ้นไทยในเดือนกันยายนย่อตัวลงมามากกว่าที่เราคาดไว้ โดยในส่วนของปัจจัยภายนอก ยอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในยุโรปกลับมาเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง ในขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบสองของสหรัฐก็ยังมีความไม่แน่นอน ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก สำหรับปัจจัยภายใน นักลงทุนก็มีความเชื่อมั่นลดลงกับน้ำหนักการฟื้นตัวของ GDP ไทยปีนี้ เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้ยากที่จะเป็นไปตามประมาณการ นอกจากนี้ การชุมนุมต่อต้านรัฐบาลก็ร้อนแรงมากขึ้นในช่วงกลางเดือนกันยายน ซึ่งกดให้ตลาดขึ้นต่อไม่ไหวไปสักพัก พอร์ตหุ้นของเราลดลง 5.3% ในเดือนกันยายน ซึ่งแย่กว่าตลาดโดยรวม ทั้งนี้ มีเพียงหุ้น DOHOME* เท่านั้นที่ขยับขึ้นในเดือนที่แล้ว ในขณะที่หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว อย่างเช่น AAV* CENTEL* และ MINT* ร่วงแรง และฉุดพอร์ตหุ้นเดือนกันยายนของเราให้ลดลง
มุมมองตลาดหุ้นเดือนตุลาคม: จะยังเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด ความไม่แน่นอนจากปัจจัยมหภาคภายนอกจะทำให้ตลาดผันผวนมากขึ้น
เราคาดว่าดัชนี SET จะพักฐานในเดือนตุลาคม แม้จะเริ่มเห็นสัญญาณบวกจากภายในประเทศ อย่างเช่น แนวโน้มเศรษฐกิจที่ค่อย ๆ ฟื้นตัวอย่างชัดเจนมากขึ้นใน 4Q63 และมีความเสี่ยงน้อยลงที่จะเกิดความรุนแรง/การเผชิญหน้าทางการเมือง แต่ปัจจัยหลักในตลาดโลกในเดือนนี้ยังไม่ชัด และนักลงทุนยังต้องรอความชัดเจนไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน เพราะยังไม่น่าจะมีการอนุมัติวัคซีน COVID-19 ในเดือนนี้ในขณะที่นักลงทุนยังต้องรอดูผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 3 พฤศจิกายน ซึ่งการที่ Joe Biden มีคะแนนนำในโพลล์ก็ไม่ได้ทำให้นักลงทุนมั่นใจมากนักว่าเขาจะชนะการเลือกตั้ง นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยก็อาจจะผันผวนหนักขึ้นในเดือนตุลาคม หลังจากที่ ตลท. กลับมาใช้เกณฑ์ short-sell และ ceiling/floor รายวันที่ 30% ตามปกติ ดังนั้น แม้เราจะมองค่อนข้างบวกกับแนวโน้มดัชนี SET ใน 4Q63 แต่เรายังมองกลาง ๆ กับภาพตลาดเดือนตุลาคม และคาดว่าตลาดน่าจะผันผวนมากขึ้นในเดือนนี้
หุ้นเด่นเดือนตุลาคม: เนื่องจากยังมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยมหภาค เราจึงเน้นเลือกหุ้น mid-cap แบบ bottom-up
เนื่องจากเรามองว่ายังมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยมหภาคภายนอกอีกหลายประเด็น ซึ่งอาจจะทำให้ตลาดผันผวนได้ เราจึงแนะนำให้นักลงทุนเลือกหุ้นแบบ bottom-up โดยพิจารณาหุ้น mid-cap อย่างเช่น i) หุ้นที่มีแนวโน้มผลประกอบการ 3Q63 แข็งแกร่ง โดยหุ้นเด่นในกลุ่มนี้ได้แก่ DOHOME* GULF*
PTG* และ SMPC ซึ่งคาดว่ากำไรน่าจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง YoY ii) หุ้นที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี 5G ซึ่งในธีมนี้ เราเลือก COM7* และ HANA* เป็นหุ้นเด่น iii) หุ้นที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวจีน อย่างเช่น TKN* ซึ่งน่าจะได้อานิสงส์จากการที่นักท่องเที่ยวจากจีนกลุ่มแรกจะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยใน
วันที่ 8 ตุลาคม 2563








