วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปตท.หวังปริมาณความต้องการใช้ก๊าซฯเริ่มฟื้นกลางปี64

ปตท.คาด โควิด-19 ฉุดความต้องการใช้ก๊าซฯปีนี้ หด 9-10% ขณะที่ครึ่งปีหลังความจำเป็นนำเข้า แอลเอ็นจี ตลาดจร ลดลงจากนำเข้าแล้ว 7 ลำ มองกลางปีถึงปลายปี64 ดีมานด์ฟื้นตามเศรษฐกิจ

นายวุฒิกร สติฐิต รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยว่า ปตท.ประเมินว่า ปริมาณความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG)ในตลาดโลก น่าจะเริ่มกลับมาฟื้นตัวในช่วงกลางหรือปลายปีหน้า หลังจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปีนี้ ส่งผลให้ความต้องการใช้LNGชะลอตัวและเข้าสู่ช่วงของการปรับฐาน

ขณะที่ในประเทศไทย การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ความต้องการใช้ก๊าซฯในภาคการผลิตไฟฟ้า ที่มีสัดส่วนมากที่สุด ลดลง 8-9% โดยคาดว่าความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติในปีนี้ จะอยู่ที่ประมาณ 4,500-4,600 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ลดลง 9-10% จากปีก่อน อยู่ที่ระดับเกือบ 5,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน แม้ว่า ปัจจุบัน การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะคลี่คลายขึ้น และกิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมาบางส่วน แต่ยังไม่เต็มที่ ดังนั้น หาเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวเข้าสู่ภาวะปกติ ก็เชื่อว่าความต้องการใช้ก๊าซฯจะกลับมา

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาความต้องการใช้ก๊าซฯในประเทศลดลง ขระที่ราคาLNGในตลาดจร(Spot) ถูกลง ปตท.จึงได้เจรจาเกลี่ยการเรียกรับซื้อก๊าซฯจากแหล่งในอ่าวไทยลดลง และหันไปนำเข้า LNG spotเข้ามาทดแทน เพื่อเกลี่ยให้ต้นทุนผลิตไฟฟ้าลดต่ำลงโดยตั้งแต่ต้นปีนี้ จนถึงปัจจุบัน ปตท. นำเข้าLNG spotเข้ามาแล้ว 7 ลำเรือ คิดเป็นปริมาณ 4-5 แสนตัน ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 2.50 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู ซึ่งเดิมในปีนี้มีแผนจะนำเข้าทั้งหมด 11 ลำเรือ คิดเป็นปริมาณกว่า 7 แสนตัน

159843569926

แต่เนื่องจากในช่วงที่เหลือของปีนี้ จะเข้าสู่ฤดูหนาวซึ่งตามปกติแล้ว ราคาLNG Spotจะปรับสูงขึ้น และล่าสุดราคาLNG spotปรับตัวมาสูงกว่า 4 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู ส่วนหนึ่งเป็นผลจากโครงการผลิตLNGบางแห่งในออสเตรเลียหยุดดำเนินการ ดังนั้น คาดว่า ความจำเป็นในการนำเข้าLNG Spotในช่วงที่เหลือของปีนี้ลดลงแต่ก็ยังต้องติดตามสภาพตลาดและนโยบายภาครัฐด้วย

“ถ้าถามวันนี้ ราคาแบบนี้ เราก็ว่าไม่น่าสนใจ ราคาก๊าซฯอ่าวไทยประมาณ 6 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู ใกล้เคียงกับLNGตามสัญญาระยะยาว ราคาใกล้กันเคียงกันทั้งก๊าซฯพม่า อ่าวไทยยังตอบไม่ได้ว่าจะนำเข้าหรือไม่นำเข้า อาจจะอยู่ที่นโยบายด้วย และดีมานด์ ถ้ากลับมาหรือราคาลงไปอีก แต่ถ้าสถานการณ์ปกติ เราก็มอนิเตอร์ตลอด”

ส่วนการลงทุนในธุรกิจก๊าซฯของปตท.นั้น ยังเดินหน้าก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่อเนื่อง และไม่มีแผนที่จะชะลอการลงทุนแต่อย่างใด เพราะจะเป็นอีกส่วนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ โดย ขณะนี้ ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างรอการเสนอขออนุมัติจากคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) และคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เช่น โครงการท่อส่งก๊าซฯไป จ.ขอนแก่น และท่อส่งก๊าซฯระหว่างโรงไฟฟ้าบางปะกงไปยังโรงไฟฟ้าพระนครใต้ เพื่อรองรับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงอย่างโรงไฟฟ้าน้ำพอง จ.ขอนแก่น

159843573345

นอกจากนี้ การก่อสร้างสถานีรับ-จ่ายLNGแห่งที่ 2 ที่หนองแฟบ ในจ.ระยอง เพื่อรองรับการนำเข้า LNG ในปริมาณ 7.5 ล้านตันต่อปี จะแล้วเสร็จตามแผนในปี 65 ซึ่งจะทำให้ ปตท.มีขีดความสามารถในการรับ-จ่าย LNG รวมถึง 19 ล้านตันต่อปี หรือราว 2,660 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ในปี 65 แม้รวมกับสถานีรับ-จ่าย LNG แห่งที่ 1 ปริมาณ 11.5 ล้านตันต่อปี ดังนั้น คาดว่า เมื่อสถานีรับ-จ่ายLNGแห่งที่ 2 แล้วเสร็จ จะสอดรับกับสภาวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และยังช่วยเสริมความมั่นคงด้านซัพพลายก๊าซฯในประเทศที่เป็นช่วงรอยต่อเปลี่ยนถ่ายการบริหารจัดการแหล่งก๊าซฯเอราวัณที่จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในปี 65 ได้

ทั้งนี้ ปัจจุบัน การจัดหาก๊าซฯของ ปตท.จะมาจาก 3 ส่วน คือ ก๊าซฯในอ่าวไทย ประมาณ 70%,ก๊าซฯจากเมียนมา ประมาณ 12-15% ส่วนที่เหลือเป็นการนำเข้า LNG ในส่วนสัญญาระยะยาว ยังคงเป็นไปตามแผนนำเข้า 5.2 ล้านตันต่อปี