ขาดปัจจัยบวกใหม่ วันนี้แกว่งตัวในกรอบ 1,306-1,327 จุด

ขาดปัจจัยบวกใหม่ วันนี้แกว่งตัวในกรอบ 1,306-1,327 จุด

เคลื่อนไหวกรอบแคบหลังไม่มีปัจจัยบวกใหม่

ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลดลง จากการเร่งตัวของผู้ติดเชื้อเนื่องจากการระบาดระลอกสองในหลายประเทศ ขณะที่สหรัฐฯ ดัชนีปิดผสมผสาน โดยดาวโจนส์ปรับลดลงจากแรงทำกำไรหุ้น Apple และตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคส.ค.ปรับลดลงเหลือ 84.8 (จาก ก.ค.ที่ 91.7 และต่ำกว่าคาดการณ์ของตลาดที่ 93) โดยเป็นการปรับลดลงเดือนที่สองต่อเนื่อง ตลาดขาดปัจจัยบวกใหม่ๆ

การประชุมที่ Jackson Hole คืนนี้ สิ่งที่ตลาดติดตามคือถ้อยแถลงของประธานเฟด เจอโรม พาวเวลล์ ซึ่งตลาดคาดว่าจะเห็นการสื่อสารเกี่ยวกับนโยบายเงินเฟ้อที่เปลียนแปลงไป จากเดิมเป้าหมายที่ 2% เป็น Symmetrical Inflation Target ซึ่งหมายถึงธนาคารกลางจะมีความยืดหยุ่นในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงดำเนินนโยบายในสภาวะที่ดอกเบี้ยต่ำมากหรือสูงมากเกินไป ซึ่งจะช่วยคลายกังวลว่าเฟดไม่จำเป็นต้องรีบขึ้นดอกเบี้ยหากเงินเฟ้อพุ่งสูงมากในช่วงแรก ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อภาพใหญ่ของการลงทุน อย่างไรก็ตามตลาดอาจผิดหวังต่อการดำเนินนโยบายในระยะสั้นหากไม่มีการส่งสัญญาณถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นเพิ่มเติม ซึ่งอาจทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐขยับขึ้นกดดันบรรยากาศลงทุนได้

ราคาน้ำมันเร่งตัวขึ้นจากสถานการณ์เฮอริเคนที่สหรัฐฯ ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น +2% หลังพายุเฮอร์ริเคน Marco และ Laura ทวีความรุนแรงขึ้น และกระทบให้การผลิตน้ำมันในอ่าวเม็กซิโกต้องหยุดผลิต 82% (1.6 ล้านบาร์เรล/วัน) และทำให้โรงกลั่นบางแห่งต้องเริ่มทยอยหยุดการดำเนินงาน ส่งผลบวกต่อราคาน้ำมัน และค่าการกลั่นในระยะสั้น อย่างไรก็ตามการลงทุนกลุ่มพลังงานและโรงกลั่นเรามองเพียงเก็งกำไรแบบกำหนดจุดตัดขาดทุนเท่านั้น (PTT, PTTEP, TOP, ESSO) โดยเราชอบปิโตรเคมี (PTTGC, IVL) มากกว่า

ลงทุนยังคงเน้นหุ้นปลอดภัย เก็งกำไรวันนี้พลังงานและโรงกลั่นเด่น ยังคาดอยู่ในภาพของการปรับตัวในระดับ 50-100 จุด (ของรอบนี้ นับจาก 13 ส.ค.) โดยมีแนวรับสำคัญบริเวณ 1,260-1,280 จุด ขณะที่แนวต้าน 1,327 จุด ในช่วง 3-5 สัปดาห์ข้างหน้า กลยุทธ์การลงทุนช่วงสั้นจึงเน้นในกลุ่มหุ้นปลอดภัย อาทิ สื่อสาร และหุ้นที่มีปันผลสูง อาทิ กองทุนโคงสร้างพื้นฐานและกองรีทส์ หรือหุ้นที่มีปัจจัยบวกที่ชัดเจน หุ้นที่เราชอบได้แก่ CPF, TU, TIP, THRE, ADVANC, INTUCH, DIF, JASIF, SUPEREIF, BTSGIF, BCH, CHG, WHAUP, EASTW / หุ้นที่มีปัจจัยบวก กลุ่มที่ถูกนำเข้าคำนวณในดัชนี FTSE Thailand สำหรับผู้เก็งกำไร ผลกระทบจากเฮอร์ริเคนในสหรัฐฯ คาดบวกต่อค่าการกลั่น

ภาพรวมกลยุทธ์ หลังไม่ผ่าน 1,327 จุด อาจเริ่มลงต่อ การเก็งกำไรยังควรระวังความผันผวนระยะสั้นจากทิศทางค่าเงินสหรัฐฯ ที่มีโอกาสแข็งค่าขึ้น // หุ้นแนะนำวันนี้ เก็งกำไร TOP*, CPF, TU, STGT*

แนวรับ 1,296-1,306 จุด / แนวต้าน : 1,327-1,355 จุด สัดส่วน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%

ประเด็นการลงทุน

ผู้ป่วยในยุโรป 2 รายกลับมาติดเชื้อซ้ำ – ผู้ป่วยในเนเธอร์แลนด์และเบลเยียมถูกยืนยันว่ากลับมาติดเชื้อโควิด-19 รอบที่สอง หลังก่อนหน้านี้ฮ่องกงออกมาเปิดเผยวามีผู้ป่วยที่กลับมาติดเชื้ออีกรอบในสายพันธ์ที่ต่างออกไป

THAI ศาลล้มละลายกลางนัดฟังคำสั่งในคำร้องฟื้นฟูกิจการ และตั้งปผู้ทำแผนใหม่ 14 ก.ย.63 เวลา 10.00 น.

มติครม. – คงภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่ 7% ไปอีก 1 ปี ขณะที่เห็นชอบการปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์โครงการเที่ยวด้วยกัน โดยเพิ่มระยะเวลาเข้าพักเป็น 10 คืน (จาก 5 คืน) และค่าตั๋วเครื่องบินเป็น 2,000 บาท (จาก 1,000 บาท)

Thai Land Focus 2020งานให้ข้อมูลกับนักลงทุนต่างประเทศ 26-28 ส.ค.

แผนเปิดรับนักท่องเที่ยว ต.ค. – ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) เสนอครม.เริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ต.ค. แต่ยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน

ค่าระวางเรือ – ดัชนี BDI ล่าสุดอยู่ที่ 1,518 เปลี่ยนแปลง +27.00 หรือ +1.81%

ประเด็นติดตาม: 26 ส.ค. – TH Industrial Production / 27 ส.ค. – FED Annual meeting, US GDP 2Q20

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)