วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน 2569

Login
Login

‘พิกบอร์ด’เฝ้าส่งออกหมู หวั่นราคาในประเทศพุ่ง

‘พิกบอร์ด’เฝ้าส่งออกหมู  หวั่นราคาในประเทศพุ่ง

พิกบอร์ดตั้งคณะทำงานรัฐร่วมเอกชน ติดตามสถานการณ์สุกร หลังพบส่งออกพุ่ง 260 % หวั่นกระทบราคาในประเทศที่กำลังซื้อขาลง ชี้พบความเสี่ยงงัดมาตรการระงับเหตุตรึงราคาหมูในประเทศไม่เกิน 80 บาทต่อกก.

นายวิวัฒน์ พงษ์วิวัฒนชัย อุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เปิดเผยว่าในการประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ์ (Pig board: พิกบอร์ด) ได้แต่งตั้งคณะทำงานรัฐร่วมเอกชนเพื่อติดตามสถานการณ์สุกรในประเทศและการส่งออก ทั้งนี้เพื่อเฝ้าระวังให้ผลผลิตสุกรมีเพียงพอกับความต้องการ

เนื่องจากสถานการณ์โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ที่ส่งผลให้สุกรในจีนหายจากตลาดกว่า300 ล้านตัวต่อปี จาก กำลังการผลิต 500 ล้านตัวต่อปี และเวียดนาม มีกำลังการผลิตลดลงกว่า 50 % จากทั้งสิ้น 100 ล้านตัวต่อปี ทำให้ผลผลิตสุกรโดยรวมไม่เพียงพอกับความต้องการราคาสุกรในภูมิภาคนี้จึงสูงขึ้นมีเพียงสุกรของไทยเท่านั้นที่ยังสามารถควบคุมการระบาดของASF ได้ และเป็นสุกรที่มีมาตรฐานดีที่สุด เป็นที่ต้องการของตลาดเวียดนาม ราคาในส่งออกที่สูงขึ้นทำให้ ปริมาณการส่งออกในปีนี้มีประมาณ 1.4 ล้านตัวเพิ่มขึ้น 260 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา อีกทั้งราคาเนื้อสุกรในภาคการส่งออกจะเพิ่มมากขึ้นจากวงจรสุกรที่ยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ

ดังนั้นเพื่อเฝ้าระวังไม่ให้สุกรของไทยส่งออกมากเกินไป จนเกิดภาวะขาดแคลนหรือ ราคาต้นทางในประเทศปรับเพิ่มขึ้นเกิน 80 บาทต่อกิโลกรัม ที่เป็นราคาในปัจจุบัน ประกอบกับ กำลังซื้อของผู้บริโภคภายในประเทศ ปรับลดลงจากการตกงาน การปรับลดเงินเดือน อันเนื่องมาจากสถานการณ์โควิด และภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังไม่ฟื้นตัว การปรับขึ้นราคาเนื้อสุกรซึ่งเป็นสินค้าพื้นฐานอาจจะกระทบกับผู้บริโภคภายในประเทศไทย

“คณะทำงานฯจะเฝ้าระวังเรื่องนี้ เมื่อตัวเลขการส่งออกเริ่มสูงเกินจนกระทบกับความสมดุล ประมาณ 6,000 ตัวต่อเดือน จะรีบรายงานต่อ พิกบอร์ดเมื่อกำหนดมาตรการเข้าจัดการทันที ส่วนตัวเลขส่งออกในช่วงที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นมาก แต่ราคาในประเทศยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ เพราะส่วนหนึ่งกำลังซื้อที่มาจากนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวจีนหายไป การส่งออกดังกล่าวจึงนำมาชดเชยส่วนนี้ได้ ”

อย่างไรก็ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นต้องยอมรับว่าเป็นโอกาสของผู้ประกอบการสุกรที่จะขยายกำลังการผลิตมากขึ้น อีกทั้งปัจจุบันพบว่ามีเกษตรกรรายย่อยหันมาเลี้ยงสุกร 5-6 ตัว ถือเป็นเรื่องที่ดี สามารถผลิตเพื่อป้อนตลาดชุมชนได้ ในขณะที่กรมปศุสัตว์ อยู่ระหว่างการพิจารณายกระดับมาตรฐานฟาร์มสุกร จากปัจจุบันที่เป็นมาตรฐานสมัครใจเป็นมาตรฐานบังคับ