“แบงก์ชาติ” ชง “คลัง” แก้กฎหมายข้อมูลเครดิต ดึงธุรกิจตัวกลางปล่อยกู้ เช่น “พีทูพี” เข้าเป็นสมาชิก หวังลดความเสี่ยงและต้นทุนของผู้ประกอบธุรกิจ ช่วยประชาชนเข้าถึงแหล่งทุนง่ายขึ้น
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เตรียมเสนอแก้ไขกฎหมายการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิตปี 2545 ให้ดึงผู้ประกอบธุรกิจเป็นตัวกลางในการจัดหาสินเชื่อ สามารถเข้าเป็นสมาชิกของบริษัทข้อมูลเครดิตได้ เพื่อลดความเสี่ยงและต้นทุนของธุรกิจตัวกลางการจัดหาสินเชื่อ
แหล่งข่าวกล่าวว่า ในปัจจุบันการประกอบธุรกิจเป็นตัวกลางในการจัดหาสินเชื่อในรูปแบบ Peer to Peer (P2P) ซึ่งอยู่ภายใต้กำกับของธปท.และ Debt crowd funding ซึ่งอยู่ภายใต้กำกับของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ยังไม่สามารถเข้ามาเป็นสมาชิกของบริษัทข้อมูลเครดิตได้ตามกฎหมายดังกล่าว เนื่องจาก ยังไม่อยู่ในนิยามของกฎหมายที่กำหนดให้สถาบันการเงิน 9 ประเภท เช่น ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน บริษัทประกันชีวิต สามารถเข้าเป็นสมาชิกของบริษัทข้อมูลเครดิตได้
ทั้งนี้ การที่ธุรกิจตัวกลางในการจัดหาสินเชื่อ ไม่สามารถเข้าเป็นสมาชิกของบริษัทข้อมูลเครดิตได้ ทำให้ธุรกิจนี้ขาดข้อมูลทางการเงินที่สำคัญของผู้ขอกู้ ทำให้ขาดการวิเคราะห์ความเสี่ยงที่ครบถ้วน ส่งผลให้ธุรกิจนี้มีต้นทุนสูงขึ้น และกระทบต่อผู้ที่ต้องการให้บริษัทที่เป็นตัวกลางในการจัดหาสินเชื่อ
“การที่ผู้ประกอบธุรกิจเป็นตัวกลางในการจัดหาสินเชื่อไม่สามารถเป็นสมาชิกของบริษัทข้อมูลเครดิต ได้ก่อปัญหาทั้งในระดับบุคคลที่ต้องการสินเชื่อและต่อประสิทธิภาพและเสถียรภาพของระบบสินเชื่อของประเทศ ในแง่ของประชาชนที่ต้องการสินเชื่อแต่ไม่สามารถผ่านเกณฑ์ของสถาบันการเงินตามปกติได้ ก็อาจกู้ผ่านธุรกิจตัวกลางได้ยากขึ้น เพราะธุรกิจตัวกลางขาดข้อมูลจำเป็นในการวิเคราะห์”
สำหรับ ธุรกิจตัวกลางในการจัดหาสินเชื่อ ถือเป็นทางเลือกใหม่ของผู้ขอสินเชื่อที่ไม่ใช่สถาบันการเงินตามปกติ โดยเฉพาะผู้กู้หรือผู้ประกอบธุรกิจเอสเอ็มอีที่อาจเข้าถึงระบบสถาบันการเงินตามปกติได้ค่อนข้างลำบาก อย่างไรก็ตาม ปัญหาของผู้ประกอบธุรกิจตัวกลางในการจัดหาสินเชื่อ ซึ่งถือเป็นธุรกิจใหม่ที่มาพร้อมกับยุคดิจิทัลนั้นก็คือ ยังไม่สามารถเข้ามาเป็นสมาชิกของบริษัทข้อมูลเครดิตได้ตามกฎหมายดังกล่าว
“การแก้ไขกฎหมายดังกล่าว เพื่อเปิดให้ธุรกิจตัวกลางจัดหาสินเชื่อทั้งสองประเภท สามารถเข้าเป็นสมาชิกบริษัทข้อมูลเครดิตได้นั้น จะเป็นการให้สมัครตามความสมัครใจ”
แหล่งข่าวกล่าวว่า การแก้ไขกฎหมายดังกล่าว ถือว่า สอดคล้องกับแผนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างกว้างขวางทั้งแหล่งเงินทุนในระบบปกติเช่นสถาบันการเงิน และแหล่งเงินทุนใหม่ คือ P2P และ debt crowd funding ซึ่งให้นวัตกรรมในการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งปัจจุบันมีการประกอบธุรกิจดังกล่าวในบางประเทศแล้ว เช่น จีน ที่มีการให้สินเชื่อผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และ P2P ซึ่งก็มีระบบการจัดเก็บข้อมูลสินเชื่อจากผู้ให้สินเชื่อที่ไม่ใช่สถาบันการเงินเช่นกัน





