วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

XO - ซื้อ

2Q63 ทำ New High ทั้งรายได้และกำไร

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

Ø รายงานกำไร 2Q63 เท่ากับ 92 ลบ.+94%YoY และ +560%QoQ: งวด 2Q63 บริษัทมีรายได้เท่ากับ 339 ลบ. +25%YoY ซึ่งทำจุดสูงสุดใหม่ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา โดยเติบโตจากตลาดยุโรปเป็นสำคัญ หลังประชาชนมีการซื้อวัตถุดิบเพื่อประกอบอาหารเองในช่วงล็อกดาวน์เพิ่มขึ้น ขณะที่ยอดขายในประเทศอังกฤษค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นจากปีก่อนหลังเปลี่ยนผู้จัดจำหน่ายรายใหม่ ขณะที่ %GPM ปรับดีขึ้นมาที่ระดับ 41.8% จาก 1Q63 อยู่ที่ระดับ 33.7% เนื่องจากการขายสินค้าไปยังประเทศใหม่ได้ราคาจำหน่ายที่ดีขึ้น อีกทั้งค่าเงินบาทที่อ่อนค่าเป็นปัจจัยหนุนต่อ %GPM เพิ่มเติม นอกจากนี้บริษัทได้ทำสัญญาซื้อกระเทียมและน้ำตาลทรายล่วงหน้าไปจนถึงกลางปี 2564 ทั้งนี้ บริษัทรายงานกำไร 6M62 ที่ 139 ลบ. +71%YoY และคิดเป็น 57% ของประมาณการ

Ø แนวโน้ม 2H63 คาดผลประกอบการจะเติบโต YoY : แนวโน้มรายได้และกำไรในช่วง 2H63 คาดว่าจะเติบโตจากปีก่อนเนื่องจากการขยายตลาดใหม่อย่างต่อเนื่องและการหาผู้จัดจำหน่ายรายใหม่ในอังกฤษ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ %GPM ของบริษัทจะปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อนที่ระดับ 36.9% เนื่องจากผู้จัดจำหน่ายซึ่งมีขนาดเล็กมีอำนาจต่อรองกับบริษัทลดลง นอกจากนี้ Product Mix ของบริษัทที่มีสัดส่วนกลุ่ม Dipping Sauce (ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่มี %GPM สูงสุด) เพิ่มขึ้นจะช่วยหนุน %GPM เพิ่มเติม

Ø คาดการณ์กำไรปี 63 อยู่ที่ 242 ลบ. +75%YoY : แนวโน้มรายได้ทั้งปีอาจทำ New High ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา (บริษัทมีรายได้สูงสุดในปี 2561 อยู่ที่ 1.15 พันล้านบาท) จากการเติบโตในตลาดยุโรปเป็นสำคัญเนื่องจากประชาชนมีการซื้อวัตถุดิบเพื่อประกอบอาหารเองหลังโควิด-19 กลับมาระบาดรอบ 2 ในประเทศเยอรมนี ฝรั่งเศส และสเปน โดยเราคาดว่ารายได้ปี 63 อยู่ที่ราว 1.19 พันล้านบาท +20%YoY อย่างไรก็ตามเราคาดว่า %GPM ทั้งปี 63 จะเพิ่มขึ้นสู่ 39% จากปี 62 ที่ 36% เนื่องจากผลของการปรับ Product Mix ของกลุ่มสินค้า Dipping Sauce ที่เพิ่มขึ้นซึ่งมี GPM สูงกว่าค่าเฉลี่ยและการเปลี่ยนผู้จัดจำหน่ายรายใหม่ที่อังกฤษส่งผลให้อำนาจต่อรองจากผู้จัดจำหน่ายลดลง รวมถึงการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้นทำให้มีการประหยัดต่อขนาด(Economy of scales)  เราคาดการณ์กำไรปี 63 อยู่ที่ 243 ล้านบาท +75%YoY

Ø แนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเหมาะสม 13.90 บาท : ฝ่ายวิจัยประเมินราคาเหมาะสมด้วยวิธี Prospective PE ที่ระดับ PE ราว 24.4 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ย PE Ratio ย้อนหลัง 3 ปี พร้อมกับคาดการณ์กำไรต่อหุ้นปี 63 ราว 0.57 บาทต่อหุ้นได้ราคาเหมาะสมเท่ากับ 13.90 บาท โดยราคาปิดล่าสุดต่ำกว่าราคาเหมาะสมจึงแนะนำ “ซื้อ” และคาดหวังอัตราเงินปันผล 3.6% ต่อปี

ความเสี่ยง

  1. ค่าเงินบาทแข็งค่า

    2. ต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวขึ้นในอนาคต