บาทอ่อนค่าสุดรอบ1เดือนครึ่งที่31.76 บาทต่อดอลลาร์ หลังเผชิญแรงกดดัน ตลาดชะลอลงทุนจับตาการแพร่ระบาดโควิด-19รอบสองและโฉมหน้าทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ แนวโน้มเงินบาทสัปดาห์หน้ามีโอกาสอ่อนค่าใกล้แตะ32บาทต่อดอลลาร์
นางสาวรุ่ง สงวนเรืองผู้อำนวยการ ฝ่ายส่งเสริมธุรกิจและกำกับดูแลโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ในวันนี้ (17ก.ค.) เงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบ 1 เดือนครึ่ง ที่ระดับ31.76บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงเช้า ก่อนจะกลับมาเคลื่อนไหวที่ระดับประมาณ 31.70-31.71 บาทต่อดอลลาร์ก่อนกลับมาปิดตลาดที่ระดับ 31.71 บาทต่อดอลลาร์ ใกล้เคียงกับช่วงเปิดตลาดที่ระดับ 31.73 บาทต่อดอลลาร์
โดยเงินบาทยังคงอ่อนค่าเร็ว ตามแรงกดดันจากมาจากแรงซื้อดอลลาร์จากภาคธุรกิจ รวมถึงปัจจัยในประเทศ ทั้งความกังวลต่อความเสี่ยงของการแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 ในประเทศ มีความไม่แน่นอนมากกว่าสัปดาห์ก่อนหน้า และสถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งทำให้ตลาดรอติดตามทีมเศรษฐกิจชุดใหม่อย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน เงินบาทอ่อนค่าเป็นอันดับ2เมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นในภูมิภาค บาทอ่อนค่าที่ 5.51% (อันดีบ1 รูเปะ อินโดนีเชีย อ่อนค่า5.69%และอันดับ3 รูปี อินเดีย อ่อนค่า4.85%)
อย่างไรก็ตามยังคาดว่า เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อได้ในช่วงต้นสัปดาห์นี้ที่ 31.60-31.85บาทต่อดอลลาร์ และการกลับทิศของเงินบาทจากแข็งค่าเร็วในไตรมาส2 มาอ่อนค่าเร็วในไตรมาส3 อาจเป็นสถานการณ์ชั่วคราวจากแรงซื้อดอลลาร์มาต่อเนื่อง มีนักลงทุนแรงขายทำกำไรออกมาทำให้บาทอ่อนค่าเร็ว ทั้งนี้ตลาดรอดูนโนบายของทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ ที่นอกจากความต่อเนื่องของนโยบายฟื้นฟูและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19แล้วก็ต้องรอดูประสิทธิผลของนโยบายใหม่ที่จะออกมาด้วย เป็นเรื่องของความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย ยังคาดว่าเงินบาทน่ากลับมาแข็งค่าที่ 31.25-31.50 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงไตรมาส3 และสิ้นปีนี้ที่30.75-31.00 บาทต่อดอลลาร์เงินบาทกลับทิศอ่อนค่าเร็วจากการแข็งค่าเร็วในช่วง
“เงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่าในช่วงสิ้นปีนี้แต่คงไม่ได้แข็งค่ามากที่สุดเหมือนปลายปีก่อน เพราะเม็ดเงินต่างชาติไม่ได้มาไทย จากเศรษฐกิจไทยยังไม่รับกระทบจากท่องเที่ยวที่หายไปในช่วงปลายปีและการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดชะลอตัวลงเมื่อเทียบปีก่อนดังนั้นปัจจัยหลักมาจากเงินดอลลาร์ โดยแนวโน้มนโยบายของสหรัฐยังคงใช้มาตรการคิวอีและดอกเบี้ยต่ำใกล้0% ต่อเนื่องยาวนาน ภาพรวมตลาดแรงงานสหรัฐยังไม่สดใสและการควบคุมโควิด-19ยังไม่ดี”
นางสาวกาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย กลุ่มงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในสัปดาห์หน้าคาดไว้ที่ 31.50-31.90 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยติดตาม ได้แก่สถานการณ์โควิด-19 ของไทยและต่างประเทศ สัญญาณฟันด์โฟลว์ และข้อมูลการส่งออกของไทยในเดือนมิ.ย. ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญระหว่างสัปดาห์ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสอง ยอดขายบ้านใหม่เดือนมิ.ย. ดัชนีราคาบ้านเดือนพ.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ตลาดอาจรอติดตามการกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ LPR ประจำเดือนก.ค. ของธนาคารกลางจีน และดัชนี PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนก.ค. ของหลายประเทศชั้นนำด้วยเช่นกัน
นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS) กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าภาพหลักของตลาดการเงิน ยังคงเป็นการจับตาไปที่รายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนทั่วโลก ขณะที่ฝั่งเอเชียก็จะมีการรายงานตัวเลขนำเข้าส่งออกของไทยในวันพุธ และการประกาศจีดีพีของเกาหลีใต้ในวันพฤหัส
จากการเคลื่อนไหวของตลาดล่าสุด มีความเป็นไปได้มากที่จะเห็นการขายทำกำไรหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีในกรณีที่รายได้ปรับตัวไม่สูงขึ้นเท่ากับที่พลาดหวัง จึงมีโอกาสกดดันให้ตลาดเข้าสู่โหมดปิดรับความเสี่ยงและเงินดอลล่าร์มีโอกาสแข็งค่ากลับขึ้นได้
ส่วนในฝั่งของเงินบาทระยะสั้นก็จะมีแรงกดดันจากภาพตลาดที่ผันผวนด้วย ซึ่งถ้าภาคการส่งออกไม่ฟื้นตัวก็อาจเห็นเงินบาทขยับขึ้นไปซื้อขายใกล้ระดับ 32 บาทต่อดอลลารได้ในสัปดาห์หน้า









