วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

รฟท.ยื่นศาลปกครอง เพิกถอนจดทะเบียน 'โฮปเวลล์' หวังสัญญาสัมปทานโมฆะ

รฟท.ยื่นศาลปกครอง เพิกถอนจดทะเบียน 'โฮปเวลล์' หวังสัญญาสัมปทานโมฆะ

ร.ฟ.ท.ยื่นฟ้องเพิกถอนจดทะเบียนบริษัทโฮปเวลล์ ลุ้นศาลปกครองกลางนัดไต่สวนใน ก.ค.นี้ ย้ำชัดขัดกฎหมายประกอบธุรกิจคนต่างด้าว ชี้หากชนะคดี ทำสัญญาเป็นโมฆะ “พาณิชย์” ยันจดทะเบียนบริษัทเป็นไปตามขั้นตอน 30 ปีที่แล้ว

นายนิรุตม์ มณีพันธ์ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยความคืบหน้าคดีระหว่าง ร.ฟ.ท.กระทรวงคมนาคม และบริษัทโฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยระบุว่า ร.ฟ.ท.ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของบริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด เนื่องจากพบว่าเป็นการจดทะเบียนไม่ถูกข้อกฎหมาย โดยศาลปกครองกลางได้รับคำร้องดังกล่าวแล้วและอยู่ระหว่างนัดวันไต่สวน

“คดีโฮปเวลล์ เราจะต่อสู้ให้ถึงที่สุด จะดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยจะต่อสู้คดีไม่มีถอย ส่วนที่ก่อนหน้านี้กระทรวงพาณิชย์อาจจะตัดสินว่าโฮปเวลล์จดทะเบียนไม่ผิดข้อกำหนด ถูกกฎหมายไปแล้ว เรื่องนี้เราก็ต้องสู้ตามขั้นตอน ขอรอคำสั่งศาลว่าจะวินิจฉัยอย่างไร”

รายงานข่าวจาก ร.ฟ.ท.ระบุว่า ร.ฟ.ท.ได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้ตรวจสอบการจดทะเบียนของบริษัทโฮปเวลล์ไปเมื่อวันที่ 17 มิ.ย.2563 โดยเป็นการยื่นฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นายทะเบียน คือ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการเพิกถอนการจดทะเบียนย้อนหลังของโฮปเวลล์ โดยขอให้เพิกถอนตั้งแต่ปี 2533 ที่เป็นปีของการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท

สำหรับมูลเหตุการขอให้ศาลพิจารณาเพิกถอนการจดทะเบียนครั้งนี้ เพราะตรวจสอบพบโฮปเวลล์ขาดคุณสมบัติตามกฎหมาย โดยการจดทะเบียนมีนิติบุคคลต่างชาติเป็นเจ้าของกิจการขัดกฎหมายของไทยขณะนั้น

หากศาลมีคำสั่งให้กระทรวงพาณิชย์เพิกถอนการจดทะเบียน จะทำให้สัญญาระหว่าง ร.ฟ.ท.กระทรวงคมนาคม และโฮปเวลล์ เป็นโมฆะทันที และการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจะไม่เป็นผล ทั้งนี้ตามกระบวนการศาล เมื่อรับคำร้องแล้ว คาดว่านัดวันไต่สวนภายใน 30 วัน หรือภายในเดือน ก.ค.นี้

ทั้งนี้ กรณีการจดทะเบียนของบริษัทโฮปเวลล์เข้าข่ายขัดต่อกฎหมาย ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 281 ว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และขัดต่อระเบียบสำนักงานทะเบียน หุ้นส่วนบริษัท ว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัท เพราะการทำธุรกิจของคนต่างด้าวในขณะนั้น จะต้องได้รับการเห็นชอบออกเป็นพระราชกฤษฎีกา แต่บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) ไม่ได้มีการออกพระราชกฤษฎีกา ทำให้บริษัทโฮปเวลล์ (ประเทศไทย) ขาดคุณสมบัติที่เข้าทำสัญญาสัมปทาน

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่ากรณีที่ ร.ฟ.ท.จะยื่นฟ้องกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรณีเป็นนายทะเบียนรับจดทะเบียนบริษัทโฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด นั้น กระทรวงพาณิชย์ได้แจ้งก่อนหน้านี้แล้วว่าการรับจดทะเบียนเป็นไปตามขั้นตอนเมื่อ 30 ปีที่แล้ว

รวมทั้ง และไม่อยากให้นำบริบทข้อกฎหมายเก่ามาเปรียบเทียบกับปัจจุบัน เพราะมีข้อยกเว้นและเงื่อนไขและเหตุผลที่ต่างกัน แต่เข้าใจว่าน่าจะเป็นความพยายามหาช่องทางที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศให้มากที่สุด หากยื่นฟ้องกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ก็เป็นเรื่องที่ต้องชี้แจงตามข้อมูลที่มี

ก่อนหน้านี้วันที่ 22 พ.ย.2562 ร.ฟ.ท.ทำหนังสือถึงกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อให้ตรวจสอบข้อมูลการจดทะเบียนบริษัทโฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด เพราะคณะทำงานที่ ร.ฟ.ท.และกระทรวงคมนาคมตั้งขึ้น ตรวจสอบพบบริษัทดังกล่าวจดทะเบียนไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจมีผลให้สัญญาร่วมทุนโครงการโฮปเวลล์เป็นโมฆะ และกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ดำเนินการตรวจสอบแล้วพบว่า“การจดทะเบียนเป็นไปตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ประเด็นการตรวจสอบประกอบด้วยการนำข้อมูลการจดทะเบียนเมื่อ 30 ปีที่ผ่านมา โดยพิจารณาวัตถุประสงค์การประกอบธุรกิจของบริษัทที่อยู่ในบัญชีแนบของ ปว.281 ถ้าจะดำเนินธุรกิจต้องได้รับอนุญาตเป็นการเฉพาะจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) 

และประเด็นสถานะของบริษัททั้งโฮปเวลล์ โฮลดิ้งจากเขตปกครองพิเศษฮ่องกง และบริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) ที่เป็นบริษัทต่างด้าวที่ต้องการมาทำธุรกิจในไทยตามกฎหมายไทย คือ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ต้องขออนุญาตทำธุรกิจ แต่บริษัทดังกล่าวจดทะเบียนตามกฎหมายคณะปฎิวัติ 281 ทำให้ต้องพิจารณารายละเอียดช่วงรอยต่อข้อกฎหมายดังกล่าวด้วย ซึ่งทุกอย่างต้องดำเนินการอย่างถูกต้องครบถ้วน

อย่างไรก็ตาม ร.ฟ.ท.นำหลักฐานไปยื่นศาลปกครองวินิจฉัย โดยหลักฐานที่คณะทำงานของกระทรวงคมนาคมตรวจสอบพบ และยื่นให้ศาลปกครองวินิจฉัยมี 2 ประเด็น คือ

1.บริษัทโฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จัดตั้งบริษัทขึ้นขัดต่อกฎหมายเนื่องจากทำธุรกิจผิด ปว.281 ว่าด้วยเรื่องของการขออนุญาตทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับกิจการขนส่ง ซึ่งต้องได้รับอนุญาตจาก ครม.แต่คณะทำงานตรวจสอบพบว่ามติ ครม.ขณะนั้น ไม่ได้อนุญาตเรื่องการยกเว้น ปว.281 มีเพียงมีมติอนุมัติให้ 2 เรื่อง คือ การยกเว้นภาษี และการส่งเสริมการลงทุน

2.มติ ครม.กำหนดให้บริษัทโฮปเวลล์ โฮลดิ้ง ซึ่งเป็นบริษัทฮ่องกง ลงนามสัญญา แต่บริษัทโฮปเวลล์ (ประเทศไทย) เข้ามาลงนามเป็นคู่สัญญาแทน ซึ่งผิดต่อมติ ครม.รวมทั้งโครงการร่วมทุน ไม่ควรลงนามแทนกันได้ การทำธุรกิจนิติบุคคลต้องขาดกัน