กสิกรไทย จับมือสมาคมตราสารหนี้ ออกหุ้นกู้ สกุลเงินยูโร 17 ล้านยูโร หรือกว่า 600 ล้าน อายุหุ้นกู้ 3 เดือน อัตราดอกเบี้ย 0.52% เสนอขายผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน ช่วยเซฟต้นทุนดำเนินการซื้อหุ้นกู้ลงราว 80-90% หากเทียบกับระบบซื้อขายเดิม
นายจงรัก รัตนเพียร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารได้ร่วมกับสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) ในการออกและเสนอขายหุ้นกู้สกุลเงินยูโรให้แก่นักลงทุนในประเทศ ที่เป็นนักลงทุนกลุ่มมั่งคั่ง หรือ “High Net Worth” โดยการออกหุ้นกู้ดังกล่าวได้เสนอขายผ่านเทคโนโลยี Distributed Ledger Technology (DLT) หรือบล็อกเชน (Blockchain) ภายใต้โครงการทดสอบและพัฒนานวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการให้บริการเกี่ยวกับตลาดทุน ซึ่งกสิกรไทยถือเป็นธนาคารพาณิชย์แห่งแรกของไทย ที่เสนอขายหุ้นกู้ต่างประเทศดังกล่าวผ่านบล็อกเชนนี้
โดยหุ้นกู้สกุลเงินยูโรดังกล่าว เป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน ไม่มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ โดยมีการเสนอขายทั้งสิ้น 17 ล้านยูโร หรือคิดเป็นมูลค่าราว 600 ล้านบาท แบ่งเป็น 17,000 หน่วย อายุหุ้นกู้ประมาณ 3 เดือน อัตราดอกเบี้ย 0.52% ต่อปี ซึ่งเป็นหุ้นกู้ที่ได้รับจัดอันดับความน่าเชื่อถือสูงสุด “F1+(tha)” จาก บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด
ทั้งนี้การออกหุ้นกู้ครั้งนี้ อยู่ภายใต้ โครงการหุ้นกู้ธนาคารกสิกรไทย วงเงินไม่เกิน 30,000 ล้านบาท ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อนุญาตให้ธนาคารสามารถเสนอขายหุ้นกู้ภายใต้โครงการ Medium Term Note ได้ภายในระยะเวลา 2 ปี เพื่อใช้เป็นแหล่งเงินทุน
อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ธนาคารมีการออกหุ้นกู้สกุลยูโร เนื่องจากที่ผ่านมา การออกหุ้นกู้สกุลยูโร ยังมีไม่มาก จึงมีการออกหุ้นกู้สกุลที่หลากหลายมากขึ้น เพราะหากเกิดความผันผวนของตลาดใด จะสามารถรับความเสี่ยงและปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันการออกมาระดมทุน ไม่ใช่เพราะธนาคารขาดสภาพคล่อง แต่เพราะหากดูเงินฝากในระบบธนาคารมีอยู่ค่อนข้างสูง
นายธาดา พฤฒิธาดา กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เปิดเผยว่า การออกหุ้นกู้ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน จะพัฒนาและยกระดับตลาดหุ้นกู้ในระยะข้างหน้าค่อนข้างมาก เพราะระบบนี้จะมาช่วยให้การซื้อขายหุ้นกู้ง่ายขึ้น ต้นทุนลดลง และมีระบบการจัดเก็บข้อมูลผู้ถือครองตราสารหนี้บนบล็อกเชน ที่ใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลชุดเดียวกันทำให้ สามารถขาย ซื้อหุ้นกู้ได้ง่ายมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องมีใบทะเบียนมายืนยัน
ขณะที่การซื้อขายหุ้นกู้บนบล็อกเชน ทำให้ย่นระยะเวลาการซื้อค่อนข้างมาก โดยคาดขั้นตอนการซื้อหุ้นกู้จะใช้เวลาเพียง 3 วันเท่านั้น ในการออกหุ้นกู้ จากเดิมที่ต้องใช้ระยะเวลาถึง 15 วันถึงจะได้ใบหุ้นกู้ ดังนั้นระบบนี้จะเข้ามาช่วยการจองซื้อ ชำระเงินได้รวดเร็ว
สำหรับภาพรวมตลาดหุ้นกู้ในปัจจุบัน ตั้งแต่ต้นเดือนมิ.ย. เป็นต้นมา การซื้อขาย เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ใกล้เคียงกับก่อนเกิดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 แล้ว ส่วนภาพการออกหุ้นกู้เอกชนออกใหม่ปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ราว 9 แสนล้านบาท จากปีก่อน ที่การออกหุ้นกู้สูงเป็นประวัติศาสตร์เกือบ 1.1 ล้านล้านบาท
ด้านนายธิติ ตันติกุลานันท์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมการซื้อขายหุ้นกู้ในปัจจุบัน เชื่อว่าผันผวนน้อยลง หากเทียบกับมี.ค.ที่ผ่านมา จากการที่ธนาคารกลางแต่ละประเทศมีการมอนิเตอร์ตลาดอย่างใกล้ชิด และเชื่อว่าระยะข้างหน้าจะเห็นความผันผวนน้อยลงต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่าทางการน่าจะคอนโทรลความผันผวนได้ดี
ขณะเดียวกันแม้ว่าช่วงที่ผ่านมา ตลาดทุนจะผันผวนค่อนข้างมากจากโควิด-19 แต่การเสนอขายหุ้นกู้สกุลยูโร ครั้งนี้ ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนสถาบันในประเทศค่อนข้างมาก สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนที่มีต่อธนาคาร และสะท้อนความเชื่อมั่นในเทคโนโลยีบล็อกเชน ซึ่งเชื่อว่าการออกหุ้นกู้ครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการพัฒนาตลาดทุนในยุคดิจิทัลในอนาคต
นายศีลวัต สันติวิสัฏฐ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมา ธนาคารได้ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน ในการพัฒนาบริการที่หลากหลายเช่น การออกหนังสือค้ำประกัน (LG) ซึ่งถือเป็นธนาคารแรกของโลก และระยะข้างหน้าเชื่อว่าจะเห็นการพัฒนาการให้บริการ ผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะเป็นเทคโนโลยี ที่มีความปลอดภัยสูง มีต้นทุนต่ำลง ตรวจทานได้ง่าย รวดเร็ว แม่นยำมากขึ้น โดยเฉพาะการออกหุ้นกู้ครั้งนี้ พบว่า ค่าดำเนินการออกหุ้นกู้ด้วยบล็อกเชน ทำให้ต้นทุนการดำเนินการออกหุ้นกู้ ต่อหนึ่งรายการ ที่ทำระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ ลดลง ราว 80-90% หากเทียบกับการซื้อผ่านระบบเดิม ที่มีต้นทุนการซื้อขายอยู่ที่ราว 500-2,000 บาทต่อรายได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับไซด์ผู้เล่น







