CENTEL - ซื้อ

CENTEL - ซื้อ

มีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างชัดเจน

Event

อัพเดตข้อมูลบริษัท

Impact

ทยอยกลับมาเปิดบริการโรงแรม ซึ่งเป็นการยืนยันมุมมองของเราว่าผลการดำเนินงานจะฟื้นตัวขึ้น

ณ วันที่ 18 มิถุนายน 2563 CENTEL ยังคงเปิดบริการโรงแรมสองแห่ง ได้แก่ i) Centara Grand at Central World (512 ห้อง) และ ii) Centara Grand Mirage Beach Resort Pattaya (555 ห้อง) จำนวนห้องรวมของโรงแรมที่เปิดอยู่คิดเป็น 24% ของจำนวนห้องทั้งหมดในโรงแรมของบริษัท จากการ channel check ของเราพบว่าผลการดำเนินงานของโรงแรมที่เปิ ดบริการแล้วได้ทยอยฟื้นตัวขึ้น โดยในช่วงสุดสัปดาห์ Centara Grand Mirage Beach Resort Pattaya ทำ occupancy ได้สูงถึง 70% ในขณะที่ occupancy เฉลี่ยใน 3Q63F ของโรงแรมแห่งนี้น่าจะจบที่ราว 30% สำหรับในระยะต่อไป CENTEL จะทยอยกลับมาเปิดโรงแรมเพิ่มอีกโดยเฉพาะโรงแรมที่อยู่ในระยะที่ขับรถจากกรุงเทพได้เพื่อจับตลาดนักท่องเที่ยวในประเทศ ในขณะเดียวกันโรงแรมสองแห่งของบริษัทในมัลดีฟส์ (20% ของรายได้รวมจากธุรกิจโรงแรมในปี 2562) ยังปิดอยู่ และคาดว่าน่าจะกลับมาเปิดให้บริการใหม่ได้ในปลาย 3Q63F ถึง 4Q63F

คณะรัฐมนตรีอนุมัติมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2563 รัฐบาลไทยได้อนุมัติมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม 2563 ได้แก่ i) “กำลังใจ” ii) “เที่ยวปันสุข” และ iii) “เราไปเที่ยวกัน” โดยมาตรการที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับธุรกิจโรงแรมคือ “เราไปเที่ยวกัน” ซึ่งจะเสนอ i) ส่วนลดโรงแรมในประเทศ 40% ไม่เกินคืนละ 3,000 บาท ไม่เกินห้าคืน (โควต้ารวม 5 ล้านคืน) และ ii) e-wallets สำหรับนักท่องเที่ยวคืนละ 600 บาทไม่เกินห้าคืน ถึงแม้ว่างบของโครงการ “เราไปเที่ยวกัน” จะมีมูลค่าแค่ 1.8 หมื่นล้านบาท เราคาดว่าจะก่อให้เกิดเม็ดเงินไปยังธุรกิจโรงแรมราว 4.5 หมื่นล้านบาท หรือเป็นเพียง 7% ของยอดใช้จ่ายของ
นักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม นอกจากนี้เราเชื่อว่าแพ็คเกจดังกล่าวออกมาได้ถูกที่ถูกเวลา ซึ่งจะช่วยหนุน sentiment การท่องเที่ยวในประเทศ

ผลการดำเนินงานของธุรกิจอาหารผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว

Same-store-sales (SSS) ได้ปรับตัวลงสูงถึง 50% YoY ในเดือนเมษายน 2563 และทยอยฟื้นตัวขึ้นเป็น-35% YoY ในเดือนพฤษภาคม 2563 เนื่องจากมีการกลับมาเปิดบริการทานอาหารในร้านได้ตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม 2563 เป็นต้นมา เรายังคงมุมมองว่าช่วงที่แย่ที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้วเนื่องจาก
สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ในประเทศปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับผลการดำเนินงานของแบรนด์ร้านอาหารที่มีบริการ delivery (อย่างเช่น KFC) ยังแสดงภาพการฟื้นตัวได้ดี ทั้งนี้ ผู้บริหารตั้งเป้ายอดขายรวมทั้งระบบ (total-system-sales หรือ TSS) ว่าจะลดลง 12-15% YoY ในขณะที่เราใช้สมมติฐานว่าจะลดลง 17% YoY

Valuation & Action

ถึงแม้ว่าผลการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรม และร้านอาหารจะมีแนวโน้มดีขึ้นตามที่เราและตลาดคาดเอาไว้ แต่เราเชื่อว่าราคาหุ้นได้สะท้อนปัจจัยบวกต่าง ๆ ไปแล้ว เนื่องจากราคาหุ้น CENTEL ปรับตัวขึ้นมาแรงถึง 40% ภายในเวลาแค่ 1 เดือน เรายังคงมองว่า CENTEL เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มโรงแรมเนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่กระจุกอยู่ในประเทศไทย ซึ่งมีความเสี่ยงทางการเงินต่ำที่สุดในกลุ่ม และธุรกิจร้านอาหารฟื้นตัวได้ดี อย่างไรก็ตาม เราแนะนำให้ใช้กลยุทธ์ซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว โดยยังคงคำแนะนำ ซื้อ และให้ราคาเป้าหมายปี 2564F ที่ 26.00 บาท อิงจาก EV/EBITDA ปี 2564F ที่ 11.2x เท่ากับค่าเฉลี่ยระยะยาว -1 S.D.

Risks

จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติต่ำเกินคาด และ COVID-19 ระบาดซ้ำในประเทศไทย ALERT