วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เกษตรกรขอศาลปกครองเร่งรับคำร้องแบนสาร

สมาพันธ์เกษตรฯขอศาลปกครองเร่งรัดรับคำร้องแบนสาร หวั่นไม่ทันฤดูกาลเพาะปลูก ชี้รัฐ 2 มาตรฐาน

นายสุกรรณ์ สังข์วรรณะ เลขาธิการสมาพันธ์เกษตรปลอดภัย เปิดเผยว่า  ขอให้ศาลปกครองรับคำร้องเร่งรัดพิจารณาและมีคำสั่งคำร้องคุ้มครองชั่วคราวในการกำหนดมาตรการบรรเทาทุกข์จากประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมที่ให้แบนสารพาราควอตและคลอร์ไพริฟอส ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลางตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค.ว่าได้รับผลกระทบจากประกาศดังกล่าวที่กำหนดให้พาราควอตและคลอร์ไพริฟอส เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 เป็นผลให้ห้ามผลิต ห้ามนำเข้า ห้ามนำผ่าน ห้ามส่งออก และห้ามครอบครอง มีผลนับตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.ทำให้เกษตรกรได้รับผลกระทบจากประกาศกระทรวงเป็นอย่างมาก

             ทั้งนี้ เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่มีการดำเนินจัดหาสารทดแทนและวิธีการจัดการที่เหมาะสม สร้างความเสียหายต่ออาชีพเกษตรกรทั่วประเทศที่ยังต้องใช้พาราควอต ซึ่งเป็นสารป้องกันกำจัดวัชพืชและคลอร์ไพริฟอสเป็นสารกำจัดแมลงศัตรูพืช สำหรับเตรียมสภาพพื้นดินเพาะปลูกช่วงเข้าสู่ฤดูฝนการยื่นคำร้องครั้งนี้หวังว่าศาลจะมีคำสั่งกำหนดมาตรการเพื่อบรรเทาทุกข์ให้ผู้ฟ้องคดีและเกษตรกรอีกนับล้านคนทั่วประเทศซึ่งส่งผลกระทบวงกว้างมีการเลิกจ้างงานจำนวนมาก  สร้างความเสียหายให้ภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม ผู้บริโภค จำนวน 1.7 ล้านล้านบาท ดังนั้นจำเป็นต้องให้ศาลเห็นถึงความเดือดร้อนจากการประกาศใช้สารเหล่านี้ ซึงตอนนี้นี้ควรชะลอให้ใช้สารไปพลางก่อน เพราะยังไม่มีข้อเท็จจริงเรื่องสารทดแทน

อย่างไรก็ตาม ขอเรียกร้อง ตามประกาศของกระทรวงอุตสาหกรรมและคำสั่งกรมวิชาการเกษตรที่ออกมา มีผลให้ตั้งแต่วันที่1มิ.ย.ที่ผ่านมาเกษตรกรไม่สามารถใช้พาราควอตได้ หากใช้ก็ผิดกฎหมายมีโทษจำคุก 10 ปี ปรับเป็นเงิน 1 ล้านบาท โทษสูงกว่าการค้าเฮโรอีน เกษตรกรนำสินค้าไปคืนร้านค้า ร้านค้ารับคืนแต่ไม่ได้เงินคืนเพราะร้านค้าก็ไม่มีเงินมาคืนให้ การออกคำสั่งแบบนี้ใครรับผิดชอบ อีกทั้งตั้งแต่วันที่1มิ.ย.ยังไม่มีมาตรการที่มีประสิทธิภาพจากกรมวิชาการเกษตรมาถึงเกษตรกร

          “อยากให้ศาลปกครองเร่งพิจารณาโดยเร่งด่วนเพราะเกษตรกรเดือดร้อนจริง เพราะตอนนี้ทั้งมันสำปะหลังและข้าวโพด พืชไร่อื่นๆก็เริ่มฤดูกาลปลูกแล้ว เกษตรกรเดือดร้อนไม่มีพาราควอตในการกำจัดวัชพืช หากผลผลิตในประเทศลดลง เท่ากับว่าต้องมีการนำเข้าวัตุดิบจากต่างประเทศมากขึ้น เช่น นำเข้าข้าวโพดจากพม่า นำเข้ามันสำปะหลังจากเขมร เป็นการซ้ำเติมเกษตรกร”

          นอกจากนี้เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมาได้มีการประชุมร่างกระกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องอาหารที่มีสารพิษตกค้าง ระหว่างนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับกระทรวงสาธารณสุข พบว่า จะมีการผ่อนปรนการนำเข้าวัตถุดิบที่มีการใช้พาราควอตและควอไพรีฟอส เช่น ถั่วเหลือ กากถั่วเหลือ และข้าวสาลีจนถึงปีหน้า แล้วหาแหล่งวัตุดิบใหม่ แสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นธรรมในการจัดการแก้ไขปัญหาสองมาตรฐานควรต้องผ่อนปรนให้เกษตรกรด้วยเช่นกัน