วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

จับตา 'NPL' หรือ 'หนี้เสีย' จ่อทะลุ '1 ล้านล้าน' เครดิตบูโรชี้ 'Gen Z' น่าห่วง

จับตา 'NPL' หรือ 'หนี้เสีย' จ่อทะลุ '1 ล้านล้าน' เครดิตบูโรชี้ 'Gen Z' น่าห่วง

เครดิตบูโร เผย "แบงก์-นอนแบงก์" แห่ดูข้อมูลเครดิตลูกหนี้เก่าถี่ยิบ 4 เดือนแรกปีนี้ทะลุ 26 ล้านครั้ง เพื่อลดความเสี่ยงปล่อยกู้ หลังโควิด-19 กระทบคุณภาพหนี้ คาด "NPL" ปีนี้จ่อแตะ 1 ล้านล้านบาท ชี้กลุ่ม “Gen Z” เริ่มน่าห่วง จำนวนบัญชีโตพรวด 200%

การแพร่ระบาดของโควิด-19  และเศรษฐกิจที่ชะลอตัว กระทบรายได้ และความสามารถในการชำระหนี้ภาคครัวเรือนแทบทุกกลุ่ม แม้สถาบันการเงินจะออกมาตรการช่วยลดภาระหนี้ แต่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL ก็ยังมีสัญญาณปรับเพิ่มขึ้น 

นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) กล่าวว่า ขณะนี้สถาบันการเงิน ทั้งแบงก์ นอนแบงก์ ที่เป็นสมาชิกเครดิตบูโร เข้มงวดและสกรีนลูกหนี้อย่างเข้ม สะท้อนจากการตรวจข้อมูลลูกค้าเก่าเพื่อบริหารความเสี่ยง โดยมียอดดูข้อมูลลูกค้าเก่าในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ถึง 26 ล้านครั้ง ภาพรวมทั้งปีน่าจะเพิ่มขึ้นสู่ 70 ล้านครั้ง จากปีก่อนเฉียด 55 ล้านครั้ง 

ทั้งนี้ การเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ สอดคล้องกับคุณภาพหนี้ที่ด้อยลงต่อเนื่อง ไตรมาส 1 ปีนี้  เอ็นพีแอลลูกหนี้รายย่อย ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 8.1% หรือมียอดคงค้าง 9.5 แสนล้านบาท ขณะเดียวกันหนี้ NPL ที่เข้าสู่การปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ (TDR) เพิ่มขึ้นที่ 8.3% หรือ 9.7 แสนล้านบาท จากระดับ 7.6% ในช่วงสิ้นปีก่อน 

อย่างไรก็ตาม ข้อมูล NPL และหนี้ที่อยู่ระหว่างปรับโครงสร้างหนี้  เป็นช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19 ดังนั้นจากแนวโน้มคุณภาพหนี้ที่ด้อยลงต่อเนื่อง ปีนี้มีโอกาสเห็นเอ็นพีแอล และยอดหนี้ที่มีปัญหาและเข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ทะลุ 1 ล้านล้านบาท ขณะที่สัดส่วนเอ็นพีแอลจะเร่งขึ้นสู่ตัวเลข 2 หลัก  โดยเอ็นพีแอลที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่อยู่ใน 4 โปรดักท์สินเชื่อรายย่อย ซึ่งเอ็นพีแอลที่ 5.5%

หากดูคุณภาพหนี้แต่ละผลิตภัณฑ์เชิงลึก พบว่า เอ็นพีแอลสินเชื่อบ้านปรับขึ้นต่อเนื่อง มาอยู่ที่ 4.9% จากระดับ 4.7%  ยอดปรับโครงสร้างหนี้อยู่ที่ 7.7% จาก 6.3% เมื่อสิ้นปีก่อน ดังนั้นสินเชื่อบ้านจึงน่ากังวลและต้องติดตามมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเจนวาย จำนวนบัญชีที่เป็นเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นต่อเนื่องที่ระดับ 1.1 แสนบัญชี  จากระดับ 1แสนบัญชีในช่วงสิ้นปีก่อน ขณะที่มูลค่าเอ็นพีแอลอยู่ที่  1.4 แสนล้านบาท จากระดับ 1.3 แสนล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า

ขณะที่สินเชื่อรถยนต์ NPL เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 6.2% จาก 5.9% การผ่อนชำระเริ่มติดขัด กลุ่มที่น่าห่วงมากที่สุดคือกลุ่ม Gen Y ที่มีจำนวนบัญชี NPL สะสมขึ้นมาอยู่ที่กว่า 5 แสนบัญชี และ NPL คงค้างกว่า 1.6 แสนล้านบาท ส่วนบัตรเครดิต NPL ขึ้นมาที่ระดับ 15.2% แต่เชื่อว่าการลดผ่อนขั้นต่ำเหลือ 3% จะชะลอการเกิด NPL ได้ ด้านสินเชื่อบุคคลน่าเป็นห่วง ยอดปรับโครงสร้างหนี้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง บัญชี NPL เพิ่มขึ้นเกือบ 1.7 ล้านบัญชี คิดเป็นมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท

“อีกกลุ่มที่อยากส่งสัญญาณให้เห็นว่าน่าห่วงมากขึ้น คือกลุ่ม Gen Z อายุ 20-23 ปี เพราะเริ่มก่อหนี้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ  จำนวนบัญชีก้าวกระโดดขึ้นมา 3 เท่าตัว จากระดับ 8.7 หมื่นบัญชี ไตรมาสแรกปีก่อน เป็น 2.8 แสนบัญชีในไตรมาสแรกปีนี้  ผลจากการเข้าถึงดิจิทัลเลนดิ้ง ทำให้เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น ขณะที่เอ็นพีแอลสูงถึง 10-12% และเริ่มเห็นการค้างชำระหนี้ราว 7-8%” 

“หนี้กลุ่ม Gen Z แม้ไม่มาก แต่เติบโตค่อนข้างมากเฉลี่ยเดือนละ 7% จากสิ้นปีก่อน และเติบโตมากกว่า 200% จากไตรมาสแรกปีก่อน เอ็นพีแอลเจนแซด  กระจุกตัวในสินเชื่อรถยนต์ เช่าซื้อที่ไม่ใช่รถยนต์ ดังนั้นควรระวังเป็นพิเศษ”

เขากล่าวว่า ขณะนี้มีบริษัทพิโกนาโนไฟแนนซ์ นอนแบงก์ เข้ามาขอเป็นสมาชิกเครดิตบูโรค่อนข้างมาก เช่น แกร็บ ไลน์ จะเข้ามาเป็นสมาชิกเต็มตัวในไตรมาส 2 ปีนี้ เพื่อรองรับการปล่อยกู้บนดิจิทัล