MINT ประกาศเพิ่มทุน 1,037 ล้านหุ้น ขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิม และรองรับการใช้สิทธิ์วอแรนต์ รวมทั้งออกหุ้นกู้ 25,000 หมื่นล้านบาท และงดจ่ายเงินปันผลปี 2562 เพื่อสำรองเงินสด ด้านนักวิเคราะห์ประเมินฐานะการเงินเริ่มน่าเป็นห่วง
ราคาหุ้น บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) ช่วงเช้านี้ (19 พ.ค.) ผันผวนหนัก หลังจากเปิดตลาดที่ 16.80 บาท เท่ากับราคาปิดวันก่อนหน้า ก่อนจะโดนเทขายจนราคาลดลงไปถึง 15.50 บาท ลดลง 7.7% ในช่วงแรก หลังจากนั้นราคาหุ้นสามารถฟื้นกลับมาใกล้เคียงกับราคาเปิดอีกครั้ง
ทั้งนี้ บริษัทเตรียมนำเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 1,037.95 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 1 บาท โดยจะเสนอขายให้แก้ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทตามสัดส่วนการถือหุ้น (Right Offering) ในอัตราส่วน 6.45 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นใหม่ โดยราคาเสนอขายจะใช้ราคาถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของหุ้นของบริษัทในช่วง 7-15 วัน ที่มีการซื้อขายติดต่อกันก่อนหน้าวันที่กำหนดราคาเสนอขาย หักด้วยส่วนลดจำนวนไม่เกิน 15% ของราคาตลาด
ส่วนหุ้นเพิ่มทุนที่เหลือ จะรองรับการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ครั้งที่ 7 (MINT-W7) จำนวนไม่เกิน 313,831,156 หน่วย อัตราการใช้สิทธิ (ใบสำคัญแสดงสิทธิ : หุ้น) 17 : 1 อายุไม่เกิน 3 ปี และอีก 8 ล้านหุ้น รองรับการปรับอัตราการใช้สิทธิของ ครั้งที่ 6 (MINT-W6)
พร้อมกันนี้ บริษัทได้พิจารณาการออกและเสนอขายหุ้นกู้ ไม่เกิน 25,000 ล้านบาทโดยวงเงินในครั้งนี้เป็นสว่นที่เพิ่มเติมจากวงเงินที่ไดร้บัอนมุตัิโดยที่ ประชุมผถู้ือหนุ้ของบริษัทในครงั้ก่อนๆ จำนวน 95,000 ล้านบาทและเมื่อตำนวณรวมกบัหนุ้กขู้องบริษัท ที่ยังไม่ได้ไถ่ถอนทั้งหมด ณ ขณะ ใดขณะหนึ่งตอ้งมีจำนวนรวมกันไม่เกิน 120,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ วงเงินของหุ้นกู้ที่ไถ่ถอนแล และ/หรือที่บริษัทได้ทำการซื้อคืน และ/หรือชำระคืนแล้วจะนำมา นับเป็นวงเงินของหุ้นกู้ที่บริษัทสามารถทำการออกและเสนอขายได้อีก (Revolving Principal Basis)
ขณะเดียวกัน บริษัทได้เสนองดจ่ายเงินปันผล งวดดำเนินงานวันที่ 1 ม.ค. 2562 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2562 เนื่องจากความไม่แน่นอนของสภาพเศรษฐกิจซึ่งเป็นผลกระทบจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 19 (COVID-19) ที่ประชุมคณะกรรมการจึงมีมติให้งดการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานประจำปี 2562 เพื่อสำรองเงินไว้ในการบริหารสภาพคล่องและเป็นเงินทุนหมุนเวียน
ด้าน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า เราห่วงเรื่องงบดุลของ MINT ซึ่งมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E) เพิ่มขึ้นจาก 1.3 เท่า ณ ไตรมาส 4/2562 เป็น 1.6 เท่า ณ ไตรมาส 1/2563 ใกล้เคียงกับ debt covenant ที่ 1.75 เท่า แม้ว่า MINT วางแผนที่จะลดค่าใช้จ่ายลงครึ่งหนึ่งเป็น 1.1 หมื่นล้านบาท และเริ่มมาตรการประหยัดค่าใช้จ่ายในไตรมาส 2/2563 แต่เรายังคงกังวลเรื่องกระแสเงินสดจากการดำเนินธุรกิจโรงแรมเนื่องจากปัจจุบัน 80% ของโรงแรมปิดทำการชั่วคราว เราเชื่อว่า MINT กำลังพิจารณาทางเลือกที่เป็นไปได้ในการเพิ่มสภาพคล่องและปรับปรุงงบดุล รวมถึงเจรจากับธนาคารและผู้ถือหุ้นกู้เพื่อเพิ่ม debt covenant มองหาโอกาสในการขายและเช่าสินทรัพย์กลับคืน และการเพิ่มทุนซึ่งเป็นทางเลือกสุดท้าย






