วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บี.กริม เมินโควิดระบาด เดินหน้าลงทุนตามแผน

บี.กริม คาดผลการดำเนินงานไตรมาส1 ดีตามแผน ชี้ โควิด-19 ฉุดยอดใช้ไฟฟ้ากลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์เล็กน้อย แต่ลูกค้าแพคเกจจิ้งเพิ่ม โชว์ เงิน2 หมื่นล้านในมือพร้อมขยายการลงทุน

นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด(มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ขณะนี้ มีผล

กระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท เล็กน้อย  เพราะมีลูกค้าบางอุตสาหกรรมปรับลดกำลังการผลิตลง เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ Work From Home และการประกาศพระราชกำหนด(พรก.)การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่กำหนดช่วงระยะเวลาเคอร์ฟิว

 ทำให้ยอดการใช้ไฟฟ้าในบางอุตสาหกรรมลดลงบ้าง เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ ที่มีการปรับเปลี่ยนช่วงเวลาดำเนินงานให้เหมาะสม ขณะเดียวกัน ก็มีบางกลุ่มอุตสาหกรรม ที่ใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศ กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ (แพคเก็จจิ้ง) ที่ได้ลงนามซื้อขายไฟฟ้าเข้ามาเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ซึ่งลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรม มีกว่า 1,500 ราย และในส่วนนี้ เป็นลูกค้าของบริษัท ประมาณกว่า 200 ราย ดังนั้น ยังมีโอกาสที่จะขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นได้อีก

รวมถึง บริษัท ยังมีการขายไฟฟ้าให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในจากยอดการขายไฟฟ้าในบางอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ได้

“ไตรมาส1 ปีนี้ มั่นใจว่า ผลการดำเนินงานจะเป็นไปตามเป้าหมาย และน่าจะดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะไม่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และบริษัทยังเดินหน้า COD โครงการต่างๆตามแผน อีกทั้งยังขยายการลงทุนต่อเนื่อง”

อย่างไรก็ตาม บี.กริม ได้รับหนังสือจากนายกรัฐมนตรี เพื่อขอความร่วมมือจัดทำโครงการช่วยเหลือประชาชนเพิ่มเติม คาดว่า จะมีความชัดเจนในเร็วๆนี้ โดยก่อนกลุ่มบี.กริม อนุมัติงบผ่านโครงการ “บี.กริม ปันน้ำใจสู้ภัยโควิด-19” ไปแล้ว 46 ล้านบาท

นายนพเดช กรรณสูต รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส และประเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM กล่าวว่า แม้

โควิดระบาด แต่บริษัทยังสามารถเจรจาผ่านวิดีโอ คอนเฟอเรนซ์ เพื่อขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ ้ ทำให้แผนงานต่างๆเป็ฯไปตามเป้าหมาย ทั้งการเข้าซื้อกิจการ (M&A) และศึกษาขยายการลงทุนโครงการใหม่ ขณะที่สถานะของบริษัท ยังมีเงินสดประมาณ 20,000 ล้านบาท ที่จะเสริมสภาพคล่องรองรับโอกาสทางธุรกิจในอนาคต

สำหรับแผนการลงทุนปีนี้ บริษัทยังเดินหน้าเจรจาซื้อกิจการโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ ขนาดกำลังการผลิต 200-250 เมกะวัตต์ในมาเลเซีย การศึกษาลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนเพิ่มเติมในเวียดนาม ฟิลิปินส์ เกาหลีใต้ ขนาดกำลังการผลิตรวมกว่า 300 เมกะวัตต์ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตในอนาคต จากปัจจุบัน มีกำลังการผลิตติดตั้ง ประมาณ 3,424 เมกะวัตต์

โดยปีนี้ จะมีโครงการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์(COD) ตามแผนรวมกว่า 104 เมกะวัตต์ เช่น โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมบ่อทอง ขนาดกำลังการผลิต 16 เมกะวัตต์ จ.มุกดาหาร โครงการโซลาร์ฟาร์ม ขนาดกำลังการผลิต 39 เมกะวัตต์ ในกัมพูชา รวมถึงโครงการโซลาร์รูฟท็อป รูปแบบ Private PPA รวมกำลังการผลิต 49 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น โครงการโซลาร์รูฟท็อปในนิคมอุตสาหกรรมหลักชัย จ.ระยอง 13 เมกะวัตต์ โซลาร์รูฟท็อปในฟิลิปินส์ 6 เมกะวัตต์ และโซลาร์รูฟท็อป AL Madina ในโอมาน 30 เมกะวัตต์ เป็นต้น