background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

'คมนาคม' ไม่หวั่นโควิด ลุยทางหลวง-มอเตอร์เวย์ 'อีอีซี'

'คมนาคม' ไม่หวั่นโควิด  ลุยทางหลวง-มอเตอร์เวย์ 'อีอีซี'

การพัฒนามอเตอร์เวย์และทางหลวงเดินหน้าต่อแม้ว่าจะอยู่ในช่วงที่ประเทศเจอปัญหาการระบาดของโรคโควิด-19 จนทำให้มีการล็อคดาวน์ในหลายจังหวัด โดยเฉพาะการพัฒนามอเตอร์เวย์ที่จะเป็นเส้นทางหลักของอีอีซี

ปิยพงศ์ จิวัฒนกุลไพศาล ผู้อำนวยการกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง กรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) สายพัทยา–มาบตาพุด โดยระบุว่า ขณะนี้งานก่อสร้างคืบหน้า 99% ซึ่งกรมทางหลวงเตรียมเปิดทดลองให้บริการในปลายเดือน พ.ค.นี้ ก่อนเปิดบริการอย่างเป็นทางการเดือน ส.ค.2563

ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 สายกรุงเทพฯ-บ้านฉาง ช่วงพัทยามาบตาพุด นับเป็นเส้นทางที่สายหลักที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ซึ่งจะช่วยส่งเสริมทั้งในภาคธุรกิจการค้าและการท่องเที่ยว ด้วยแนวเส้นทางที่เชื่อมโยงกับท่าเรือแหลมฉบัง นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงการขนส่งทางรถไฟ และการขนส่งทางอากาศ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายโลจิสติกส์ของประเทศ

ขณะเดียวกันกรมทางหลวงยังมีแผนพัฒนาส่วนต่อขยายโครงข่ายมอเตอร์เวย์เชื่อมต่ออีอีซี ในโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง เส้นทางแหลมฉบัง-ปราจีนบุรี–นครราชสีมา โดยปัจจุบันกรมทางหลวงได้ศึกษาและออกแบบแนวเส้นทางไปแล้วราว 50% และอยู่ระหว่างของบประมาณจัดสรรเพิ่มเติม เพื่อดำเนินการศึกษาออกแบบแนวเส้นทางให้แล้วเสร็จ

“การลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ถือเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศ แต่อย่างไรก็ดีเข้าใจว่าขณะนี้เราอยู่ในช่วงของการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากโควิด -19 ดังนั้น กรมทางหลวงในฐานะหน่วยงานก็เตรียมความพร้อมดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลในทุกเรื่อง คงต้องรอฟังนโยบายอย่างชัดเจนก่อนว่าจะมีแนวทางอย่างไรในเรื่องของการลงทุน เบื้องต้นเชื่อว่าคงมีการพิจารณาจัดลำดับความสำคัญของการลงทุน”

158660802221

รายงานข่าวจากกรมทางหลวง (ทล.) ระบุว่า กรมทางหลวงมีแผนที่จะขยายโครงการมอเตอร์เวย์ เพื่อสนับสนุนการขนส่งอีอีซี และเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างภูมิภาค ด้วยโครงการมอเตอร์เวย์สายชลบุรี-หนองคาย ตอนชลบุรี (ท่าเรือแหลมฉบัง)-ปราจีนบุรี (ทางหลวงหมายเลข 359) ซึ่งปัจจุบันศึกษาจะพัฒนาในแนวเส้นทางแหลมฉบัง-ปราจีนบุรี–นครราชสีมา

โดยแบ่งการพัฒนาออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ช่วงแหลมฉบัง-ปราจีนบุรี ระยะทางประมาณ 130-140 กิโลเมตร และระยะที่ 2 ช่วงปราจีนบุรี–นครราชสีมา

ขณะที่งบการก่อสร้างในส่วนของระยะที่ 1 ประเมินว่าจะต้องขัดใช้ราว 4 หมื่นล้านบาท สถานะโครงการปัจจุบันได้ดำเนินการออกแบบไปแล้วราว 50% หรือประมาณ 60-70 กิโลเมตร และกรมทางหลวงได้เสนอของบประมาณประจำปี 2564 เพื่อใช้ออกแบบเพิ่มเติม แต่เบื้องต้นทราบว่าไม่ได้รับการพิจารณาจจัดสรรงบดังกล่าว ส่งผลให้โครงการมอเตอร์เวย์แหลมฉบัง-ปราจีนบุรี–นครราชสีมา อาจชะลอไปก่อน

ทั้งนี้ หากโครงการสามารถพัฒนาได้ครบทั้ง 2 ระยะ โดยกรมทางหลวงมั่นใจว่าจะเป็นมอเตอร์เวย์เส้นสำคัญของประเทศ สนับสนุนการขนส่งสินค้า เป็นประตูสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทำให้การเดินทางเชื่อมโยงระยะอีสานและภาคตะวันออกใช้เวลาลดลงจาก 5.30 ชั่วโมง เหลือ 3.30 ชั่วโมง

ปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า กรมทางหลวงชนบทมีเป้าหมายในการพัฒนาโครงข่ายทางถนนในพื้นที่อีอีซี เพื่อสนับสนุนการขนส่ง โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าให้กับเกษตรกร โดยล่าสุดมีโครงการที่ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์อีกจำนวน 1 สายทาง คือ 

ถนนทางหลวงชนบทสาย รย.4058 แยก ทล.3138 – ทล.344 อำเภอบ้านค่าย, วังจันทร์ จังหวัดระยอง ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 159 ล้านบาท เชื่อมระหว่างอำเภอบ้านค่าย ไปยังอำเภอวังจันทร์ ผ่าน 3 ตำบล (ตำบลหนองบัว ตำบลป่ายุบใน ตำบลชุมแสง) ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ทำการเกษตร เช่น ยางพารา อ้อย มันสำปะหลัง

กรมทางหลวงชนบทมีโครงการสนับสนุนโครงข่ายการขนส่งอีอีซีที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง จำนวน 4 โครงการ วงเงินลงทุนรวมประมาณ 6.6 พันล้านบาท ประกอบด้วย

1.ทางหลวงชนบทสายแยก ทล.7–ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ระยะทาง 10.57 กิโลเมตร งบประมาณในการก่อสร้าง 1,499 ล้านบาท คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2564

2.ทางหลวงชนบทสาย ฉช.3001 แยก ทล.314–ลาดกระบัง จังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดสมุทรปราการ ระยะทาง 20.32 กิโลเมตร งบประมาณในการก่อสร้าง 3,801 ล้านบาท คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2564 

3.ทางหลวงชนบทสาย รย.3013 แยก ทล.331–ทล.3191 อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ระยะทาง 17.32 กิโลเมตร งบประมาณก่อสร้าง 709 ล้านบาท คาดว่าจะสร้างเสร็จปี 2565

4.ทางหลวงชนบทสาย รย.2015 แยก ทล.36–ทล.331 อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ระยะทาง 11.46 กิโลเมตร งบประมาณก่อสร้าง 673 ล้านบาท คาดว่าจะสร้างเสร็จปี 2565

รวมทั้งกรมทางหลวงชนบทได้จัดเตรียมแผนดำเนินการก่อสร้างโครงการที่จะสนับสนุนอีอีซี อีก จำนวน 5 โครงการ ประกอบไปด้วย 

1.ทางหลวงชนบทสาย ชบ.3009 แยก ทล.331–บ้านหนองคล้า (ตอนแยก ทล.331–ทล.7) อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ระยะทาง 8.317 กิโลเมตร 

2.ทางหลวงชนบทสาย ชม.3023 แยก ทล.315–บ้านหนองปลาไหล อำเภอพานทอง อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ระยะทาง 12.242 กิโลเมตร

3.ทางต่างระดับตัดผ่าน ทล.3 (ถนนเลี่ยงเมืองชลบุรี) ตามถนนสาย บ้านสวน–หนองข้างคอก หมู่ 1 และ 4 อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี จำนวน 1 แห่ง 

4.ทางหลวงชนบทสาย ชบ.1032 แยก ทล.7–บ้านปากร่วม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ระยะทาง 14.620 กิโลเมตร 

5.ถนนทางหลวงชนบทสาย ฉช.2004 แยก ทล.34 – ทล.314 อำเภอบางปะกง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ระยะทาง 11.102 กิโลเมตร