พาณิชย์ เผย ส่งออกเดือน ก.พ.ติดลบ 4.47% โควิด กระทบขนส่งทางเรือในภูมิภาค
นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า สถานการณ์การค้าระหว่างประเทศของไทยในเดือน ก.พ.2563 มีมูลค่า 20,642 ล้านดอลลาร์ ติดลบ 4.47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว
การส่งออกชะลอตัวลงจากเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ที่ขยายตัว 3.35% โดยการส่งออกที่ปรับตัวลดลงเป็นผลมาจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ที่กระทบต่อระบบโลจิสติกส์ และราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง รวมทั้งฐานการส่งออกในปีที่แล้วที่อยู่ระดับสูงจากการส่งออกอาวุธในการซ้อมรบในปีก่อน
ทั้งนี้ เมื่อหักการส่งออกทองคำ น้ำมันและอาวุธยุทธปัจจัย จะทำให้การส่งออกเดือน ก.พ.ที่ผ่านมาขยายตัว 1.51 % เฉลี่ย 2 เดือนแรกของปีนี้ การส่งออกติดลบ 0.81%
อย่างไรก็ตามการส่งออกไทยเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา มีมูลค่าสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี (ช่วงเดือน ก.พ.2558-2562) ย้อนหลังที่มูลค่า 19,871 ล้านดอลลาร์ ขณะที่การนำเข้ามูลค่า 16,745 ล้านดอลลาร์ลดลง 4.30% โดยเฉพาะการนำเข้าเครื่องจักรที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญที่จะมีผลต่อการผลิตเพื่อส่งออก ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้า 3,897 ล้านดอลลาร์
“มูลค่าการส่งออกเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ถือว่าน่าพอใจ โดยมีมูลค่าส่งออก 20,642 ล้านดอลลาร์ แม้จะมีปัจจัยกดดัน โดยเฉพาะโรคโควิด-19 แต่ก็ยังทำได้ดี เกิน 20,000 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตามโควิด-19 ส่งผลให้ซัพพลายเขนลดลง สินค้าเกษตร ผลไม้สด แช่เย็นแช่แข็ง มีปัญหาด้านโลจิสติกส์ โดยเฉพาะส่งออกไปจีนในสินค้าเกษตรและอาหารบางรายการ เพราะประชาชนไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากบ้านไปซื้อของ”
สำหรับสถานการณ์โรคโควิด-19 ที่แพร่ระบาดเป็นวงกว้าง ทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการค้าโลกชะงักลง กระทบต่อเศรษฐกิจและการส่งออกของหลายประเทศรวมทั้งไทย แต่ไทยมีจุดแข็งทั้งด้านความหลากหลายของสินค้าและการกระจายตัวของตลาด
ในขณะที่การส่งออกสินค้าที่จำเป็นเช่น อาหาร ไก่สดแช่แข็ง อาหารทะเล ผักผลไม้ เครื่องนุ่งห่ม ของใช้ในบ้าน ยังขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่า ตลอดทั้งปีนี้ สินค้าเหล่านี้ จะมีความต้องการสูงขึ้นแน่นอน และจะกลับมาขยายตัวดีขึ้นแบบชัดเจนในไตรมาสที่ 2 จากสถานการณ์โควิดที่เริ่มดีขึ้นในภูมิภาคเอเชีย แต่ยังต้องติดตามการระบาดที่กระจายไปภูมิภาคอื่น โดยเฉพาะในยุโรป แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีปัญหาโลจิสติกส์แต่อย่างใด
ทั้งนี้ รายละเอียดของการส่งออกเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ตลาดสำคัญหลายตลาดปรับตัวลดลง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากโควิด-19 แต่มีหลายตลาดขยายตัว โดยตลาดสหภาพยุโรป (อียู) ขยายตัว 1.7% รวมถึงตลาดศักยภาพอื่น เช่น ตลาดเอเชีย เช่น อาเซียน (หัก 5 ประเทศ) ขยายตัว 6.3% ตลาด CLMV ขยายตัว 5.8% และไต้หวันขยายตัว 21.2% ส่วนตลาดจีนลบ 2%
ตลาดตะวันออกกลาง ขยายตัวต่อเนื่อง ที่ 16.4 % โดยเฉพาะสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย ขณะที่ ตลาดญี่ปุ่น ติดลบ 11.1 % และจีนตลาดติดลบ 2 % ทั้งนี้ แม้ว่าการส่งออกไปตลาดสหรัฐ จะติดลบ37 % แต่หากหักอาวุธยุทธปัจจัย จะขยายตัวสูงถึง 18.3%
นางสาวพิมพ์ชนก กล่าวว่า แรงกดดันจากโควิด-19 เศรษฐกิจที่ชะลอตัว และราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำ ยังเป็นปัจจัยที่กดดันการส่งออกของไทย โดยเฉพาะมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในหลายประเทศ เช่น การปิดเมือง ปิดพรมแดน อาจส่งผลกระทบด้านซัพพลายเชนในอุตสาหกรรมการส่งออกของไทย ส่วนการประเมินผลกระทบของโควิด-19 ในรายสินค้าค่อนข้างยาก ไม่เหมือนกับผลกระทบจากสงครามการค้าที่มีสินค้าอยู่ในตะกร้า
สำหรับเป้าหมายการส่งออกของไทยทาง สนค.ไม่ได้ตั้งเป้าไว้ แต่คาดว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้ หากผลักดันการส่งออกได้เฉลี่ยเดือนละ 20,598 ล้านดอลลาร์ ภาพรวมการส่งออกตลอดทั้งปี จะเป็นบวกได้ และหากเฉลี่ยเกินเดือนละ 21,000 ล้านดอลลาร์ มีโอกาสที่การส่งออกจะขยายตัวได้ 2 % ซึ่งหากว่าสามารถควบคุมการระบาดได้การส่งออกของไทยจะสามารถส่งออกได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากสินค้าไทยจำนวนมากเป็นที่ต้องการของตลาดโลก









