วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘อีไอซี’คาด กนง.ส่อ 'ลด' ดอกเบี้ยเพิ่ม 25 มี.ค.นี้

“อีไอซี” หวัง กนง. ดำเนินนโยบายเชิงรุก ลดดอกเบี้ยเพิ่มในการประชุม 25 มี.ค.นี้ คาดอาจเห็นการลดค่าฟีฐานเงินฝากชั่วคราวเพื่อลดภาระผู้ฝากเงิน พร้อมประเมิน กนง. ส่ออัดสภาพคล่องเข้าระบบเพิ่ม เพื่อดูแลตลาดเงิน ป้องปัญหาลุกลาม กระทบเสถียรภาพระบบการเงิน

นายยรรยง ไทยเจริญ รองกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารสูงสุด ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและธุรกิจ(อีไอซี) ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า การที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ลดดอกเบี้ยลงอีก 0.25% ถือว่าเป็นไปตามที่คาดการณ์เอาไว้ เพราะเศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีแรกมีความเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอย

ส่วนสาเหตุที่ กนง. ต้องลดดอกเบี้ยลงแบบฉุกเฉิน คงเพราะ กนง. ต้องการเพิ่มสภาพคล่องในระบบและส่งสัญญาณเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้ร่วมตลาดการเงิน ซึ่งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีความผันผวนมาก ทั้งตลาดหุ้น และตลาดตราสารหนี้ที่ได้รับแรงกดดันจากการเทขายสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสดและตราสารหนี้ระยะสั้น ทำให้อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และ สเปรดของหุ้นกู้ที่มีความเสี่ยงสูงปรับเพิ่มขึ้นมาก หลังจากที่ ธปท. ได้เข้าแทรกแซงผ่านการซื้อพันธบัตรรัฐบาลกว่าแสนล้านบาท เพื่อลดความผันผวนของตลาดการเงิน 

นายยรรยง กล่าวด้วยว่า ภายใต้สถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ นโยบายการเงินยังจะต้องเป็นเชิงรุก(ahead of the curve) รอบด้าน(Comprehensive) นอกกรอบ(unconventional) และสอดประสานกับนโยบายการคลัง จึงจะมีพลังเพียงพอในการต่อสู้กับปัญหาได้

“ช่วงเดือนที่ผ่านมาเราได้เห็น ธปท. ใช้นโยบายแนวทางนี้ สะท้อนจากการปรับกฏเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินให้ยืดหยุ่นขึ้น เพื่อสนับสนุนการพักหนี้และปรับโครงสร้างหนี้กับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบ การผ่อนคลายกฏเกณฑ์ด้าน macroprudential เช่น LTV ในภาคอสังหาฯ และการเข้าแทรกแซงเพื่อดูแลความผันผวนของตลาดพันธบัตรรัฐบาล”

ทั้งนี้ มองไปข้างหน้า เชื่อว่า กนง. จะยังมีโอกาสลดดอกเบี้ยลงอีก 0.25% ไปอยู่ที่ 0.5% ซึ่งอาจเกิดขึ้นในการประชุม กนง. วันที่ 25 มี.ค.นี้เลย หรืออย่างช้าภายในไตรมาส 2  รวมทั้งระยะข้างหน้า อาจจะมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งผ่านนโยบายการเงิน เช่น การลดค่าธรรมเนียมกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน(FIDF) ที่เก็บจากฐานเงินฝากเป็นการชั่วคราว เพื่อลดภาระทางการเงินให้กับผู้ฝากเงิน และเพิ่มความยืดหยุ่นให้สถาบันการเงินในการปรับดอกเบี้ยเงินกู้ และการขยายวงเงินและปรับเงื่อนไขสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อให้สถาบันการเงินปล่อยให้กับธุรกิจ SME และครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม จากที่วงเงินภาครัฐได้ทำผ่านธนาคารออมสินแล้ว ซึ่งจะเป็นการช่วยผ่อนคลายภาวะทางการเงินที่ตึงตัวเฉพาะจุดได้อย่างเพียงพอ ทั้งนี้มาตรการเหล่านี้อาจจะต้องหารือร่วมกับรัฐบาลเพื่อการออกกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ คาดว่า กนง. จะพิจารณามาตรการเพิ่มเติมเพื่อดูแลสภาพคล่องในตลาดการเงิน เช่น การกำหนดเกณฑ์เพื่อเข้าอัดฉีดสภาพคล่องในตลาดการเงินต่างๆ รวมทั้งมีการสื่อสารล่วงหน้าที่ชัดเจน เพื่อช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ร่วมตลาดและลดความเสี่ยงที่ปัญหาสภาพคล่องจะนำไปสู่ปัญหาเสถียรภาพของระบบการเงินได้