วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผันผวนแต่มีโอกาสฟื้นตัวระยะสั้นหลังสหรัฐ เตรียมเข้าแทรกแซงสงคราม"ราคาน้ำมัน"

ราคาน้ำมันดิบฟื้นตัวหลังมีข่าวสหรัฐฯ จะเข้าแทรกแซงสงครามราคา

ระหว่างซาอุดิอาระเบียและรัสเซีย ทั้งนี้ราคาน้ำมันที่ต่ำเกินไปส่งผลลบต่ออุตสาหกรรมผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดาน (Shales oil & gas) ของสหรัฐฯ ขณะที่หากสูงเกินไปก็จะกระทบเงินเฟ้อและต้นทุนการผลิต ดังนั้นการเข้ามาเป็นตัวกลางของสหรัฐฯ คาดส่งผลดีต่อกรอบการเคลื่อนไหวราคาน้ำมัน และเป็นปัจจัยบวกหนุนการฟื้นตัวของหุ้นไทยน อย่างไรก็ตามการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันขึ้นกับความต้องการ

สถานการณ์การระบาดในยุโรปและสหรัฐฯ ยังดูแย่ ผู้ติดเชื้อในยุโรป 4 ประเทศหลัก (อิตาลี, สเปน, เยอรมัน, ฝรั่งเศส) เพิ่มขึ้น 13,427 ราย หรือเพิ่มขึ้น 18.74% ขณะที่สหรัฐฯ ผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 5,008 ราย เพิ่มขึ้น 54.09% ทั้งนี้แม้ตลาดหุ้นในหลายประเทศอาจฟื้นตัว แต่การรายงานตัวเลขทางเศรษฐกิจที่จะออกมาในช่วง 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า ที่มีแนวโน้มเป็นลบจะเป็นปัจจัยที่ทำให้การเคลื่อนไหวของตลาดจะยังคงมีความผันผวน จนกว่าสถานการณ์ระบาดจะผ่านจุดแย่สุด

สถานการณ์ระบาดในไทย อยู่ในช่วงเร่งตัว พบผู้ป่วยใหม่ 60 ราย รวมสะสม 272 ราย และมีการพบผู้ติดเชื้อแล้วใน 18 จังหวัด และเริ่มมีการประกาศมาตรการที่เข้มข้นขึ้น รวมถึงการบังคับให้คนไทยที่จะกลับประเทศต้องขอหนังสือรับรองสุขภาพเพื่อการเดินทาง รวมทั้งแจ้งขออนุญาตจากทางสถานฑูต ซึ่งจะส่งผลบวกต่อการควบคุมโรคในช่วงต่อไป ขณะที่ 2 สัปดาห์ข้างหน้าจะเป็นช่วงท้าทายที่สุดว่าการเพิ่มขึ้นของผู้ปวยจะขึ้นไปถึงระดับใด?

หุ้นใน SET50 ที่เป็นเป้าหมายของนักลงทุนสถาบันมีโอกาสฟื้นตัวดีกว่าหุ้นกลาง-เล็ก เราคาดหุ้นพลังงานมีโอกาสฟื้นตัวช่วยหนุนจิตวิทยาของตลาด อย่างไรก็ตามการเก็งกำไรควรระวังแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 1/63 ที่คาดว่าหุ้นส่วนใหญ่จะมีผลการดำเนินงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งอาจมีขาดทุนจากสต็อคในระดับสูงกดดัน ขณะที่หุ้นในกลุ่มไฟฟ้าและสื่อสาร รวมทั้งหุ้นที่มีผลตอบแทนปันผลที่จับต้องได้ คาดเป็นเป้าหมายการเข้าซื้อเพื่อปรับพอร์ตของนักลงทุนสถาบัน รวมถึงได้แรงหนุนจากข่าวการจัดตั้งกองทุนพยุงหุ้น ซึ่งจะมีเป้าหมายการเข้าลงทุนหุ้นใน SET50 และ SET100 เป็นสำคัญ 

ภาพรวมกลยุทธ์ ระวังแรงกดดันจากความผันผวนราคาน้ำมันดิบ การลงทุนเน้นทยอยสะสมกลุ่มรายได้มั่นคง ที่มีผลตอบแทนปันผลจับต้องได้ อาทิ สื่อสาร ไฟฟ้า ซึ่งมีโอกาสเป็นเป้าหมายการเพิ่มน้ำหนักของนักลงทุนสถาบัน  // หุ้นแนะนำวันนี้ ทยอยสะสม BPP*, INTUCH, ADVANC*, CPF*

แนวรับ 1,020 จุด / แนวต้าน : 1,080-1,100 จุด สัดส่วน : เงินสด 70% : พอร์ตหุ้น 30%.

ประเด็นการลงทุน

FED ทำสว็อปกับธนาคารกลางทั่วโลกหวังอัดฉีดสภาพคล่อง – ธนาคารกลางสหรัฐฯ ประกาศร่วมมือกับธนาคารกลางหลายแห่งในการเพิ่มสภาพคล่องของดอลลาร์ทั่วโลกผ่านการทำข้อตกลงสว็อป

BOE หั่นดอกเบี้ยฉุกเฉิน – ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) จัดประชุมฉุกเฉิน มีมติเอกฉันท์ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.15% สู่ระดับ 0.10% หวังลดผลกระทบ Covid-19

หัวหน้าเจรจา Brexit ของ EU ติด Covid-19 – หัวหน้าผู้แทนการเจรจา Brexit ของสหภาพยุโรปติดเชื้อ Covid-19 คาดส่งผลให้การเจรจาในสัปดาห์หน้าต้องถูกยกเลิก

ความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมต่ำสุดรอบ 21 เดือน – ส.อ.ท.รายงานดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือน ก.พ. อยู่ที่ 90.2 ต่ำสุดในรอบ 21 เดือน จากผลกระทบของ Covid-19, ภัยแล้ง

รัฐฯจัดตั้งกองทุนจ่ายเพิ่ม รพ.รักษา Covid-19 – รัฐบาลตั่งกองทุนพิเศษรองรับ Covid-19 วงเงินพันล้านบาท เพื่อจ่ายชดเชยให้กับโรงพยาบาลที่รักษา Covid-19

ค่าระวางเรือ – ล่าสุดอยู่ที่ 630 เปลี่ยนแปลง +1.00 หรือ +0.16%

ประเด็นติดตาม: 24 มี.ค. – EU manufacturing Index เดือน มี.ค. / 25 มี.ค. – ประชุม กนง. / 26 มี.ค. – BOE meeting / 31 มี.ค. – ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)