วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยังผันผวนต่อ

ยังเผชิญกับความผันผวน ให้นักลงทุนติดตามการเคลื่อนไหวของดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์อย่างใกล้ชิดเนื่องจากจะเป็น Indicator สำคัญต่อการลงทุนในตลาดหุ้นภูมิภาคและตลาดหุ้นบ้านเราในวันนี้

ตลาดหุ้นวานนี้

SET Index ผันผวนหนักต้องใช้ Circuit Breaker เป็นวันที่ 2 อย่างไรก็ตามดัชนีเกิด Technical Rebound นักลงทุนเข้าช้อนซื้อหุ้นที่ร่วงแรง และตอบรับตลาดออกมาตรการสะกัดความผันผวน (คลุมเกณฑ์Short selling) ส่งผลให้ดัชนีพลิกมาปิดบวก 14 จุด (+1.26%) ปิดที่ระดับ 1,129 จุด มูลค่าการซื้อขาย 1.2 แสนล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 อีก 7,620 ล้านบาท, Net Short TFEX 20,191 สัญญา เป็นวันแรกในรอบ 3 วันทำการ และขายสุทธิในตลาดพันธบัตรต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 อีก 15,464 ล้านบาท 

แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้     

ยังเผชิญกับความผันผวน โดยแนะนำให้นักลงทุนติดตามการเคลื่อนไหวของดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์อย่างใกล้ชิดเนื่องจากจะเป็น Indicator สำคัญต่อการลงทุนในตลาดหุ้นภูมิภาคและตลาดหุ้นบ้านเราในวันนี้ เพราะจะเป็นตัวสะท้อนผลกระทบโดยตรงจากการที่ Fed ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยฉุกเฉิน 1% สู่ระดับ 0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และนำ QE กลับมาใช้ ซึ่งระยะสั้นการลดอัตราดอกเบี้ยฉุกเฉินของเฟดอาจจะเป็นลบต่อจิตวิทยาการลงทุนจาก 1) นักลงทุนจะมองว่าเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจสหรัฐอาจจะได้รับผลกระทบมากกว่าที่คาดกันไว้ และ 2) กังวล Fed อาจจะไม่มีเครื่องมือเพิ่มเติมหากมาตรการนี้รับมือไม่อยู่ อย่างไรก็ตามในระยะกลางยาวเรามองว่ามาตรการนี้จะช่วยพยุงเศรษฐกิจได้เมื่อเม็ดเงินต่างๆเข้าสู่ระบบและเป็นบวกต่อตลาดเงินและตลาดทุนจากสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้น โดยวันนี้คาด SET Index จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,100-1,150 จุด (+/-2%)

กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy

  • กลุ่ม Defensive และปันผลสูง ADVANC, INTUCH, TTW
  • กลุ่มค้าปลีก (CPALL, HMPRO, BJC) กำลังซื้อเพิ่มหลังรัฐคืนค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้าวงเงินรวม 30,000 ล้านบาท
  • กลุ่มไฟแนนซ์ (MTC, SAWAD, KTC) ได้ประโยชน์จากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง

หุ้นแนะนำวันนี้

  • ADVANC (ปิด 177.5 ซื้อ/เป้า 247 บาท) ราคาหุ้นปรับตัวลงเป็นโอกาสในการเข้าสะสม 1) ได้รับผลกระทบจากไวรัส Covid-19 น้อยสุดเมื่อเทียบกับกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ 2) เป็นหุ้น Big Cap ที่ผลกำไรมั่นคงจ่ายปันผลสม่ำเสมอและให้ Dividend yield สูง (ADVANC คาดปี 2020 จะจ่ายปันผล 7.9 บาทต่อหุ้นให้ Dividend yield ประมาณ 4.6%)
  • MTC (ปิด 54.25 ซื้อ/เป้า IAA Consensus 68 บาท) ได้ Sentiment บวกจากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง Fed ลดดอกเบี้ยฉุกเฉิน คาดธนาคารกลางทั่วโลกดำเนินการตาม เช่นเดียวกับแบงชาติบ้านเราคาดลดอัตราดอกเบี้ย 0.25-0.5% ในการประชุมที่จะมีขึ้นในวันที่ 25 มี.ค.นี้

บทวิเคราะห์วันนี้

Energy Sector (Top pick: TOP, SPRC)

ประเด็นสำคัญวันนี้

  • (+/-) Fed ลดอัตราดอกเบี้ยฉุกเฉินอีก 1% สู่ระดับ 0% และนำโครงการ QE กลับมาใช้วงเงิน 7 แสนล้านเหรียญ: ล่าสุดธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายฉุกเฉินลงอีก 1% จากระดับ 1-1.25% เป็น 0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ นอกจากนี้ Fed ยังนำโครง QE กลับมาใช้ด้วยการเข้าซื้อพันธบัตรวงเงิน 7 แสนล้านดอลลาร์, ลดอัตราการกันสำรองของธนาคารสู่ระดับ 0% เพื่อรับมือกับวิกฤติที่จะเกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 การลดอัตราดอกเบี้ยฉุกเฉินที่รุนแรงระยะสั้นจะสร้างความสับสนและเกิดความผันผวนในตลาดโดยเฉพาะจิตวิทยาการลงทุนที่มองว่าเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจสหรัฐอาจจะได้รับผลกระทบรุนแรงมากกว่าที่ตลาดคาด Fed อาจจะหมดกระสุนหากการออกมาตรการชุดนี้แล้วรับไม่อยู่ ดังจะเห็นได้จากดัชนีตลาดหุ้นดาวโจนส์ฟิวเจอร์ที่ปรับตัวลดลงทันทีกว่า 4.58% และต้องใช้ Circuit breaker อย่างไรก็ตามในระยะกลางถึงยาวการออกมาตรการเหล่านี้น่าจะช่วยลดความรุนแรงของผลกระทบและช่วยพยุงเศรษฐกิจได้เมื่อเม็ดเงินต่างๆไหลเข้าสู่ระบบ
  • (-) Covid -19 ระบาดหนักสหรัฐและอีกหลายประเทศในยุโรปประกาศภาวะฉุกเฉินบางประเทศปิดพรมแดน (Lockdown): คาดบรรยากาศการลงทุนในสัปดาห์นี้จะยังผันผวนคล้ายกับสัปดาห์ที่ผ่านมาแม้เมื่อวันศุกร์ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐจะฟื้นตัวแรงตอบรับข่าวสหรัฐประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อรับมือกับการระบาดของไวรัส Covid-19 แต่เราคาดว่าจะเป็นเพียง Sentiment บวกชั่วคราว เพราะการระบาดของไวรัสซึ่งเป็นต้นตอของปัญหาในครั้งนี้ยังไม่จบและมีแนวโน้มจะรุนแรงมากขึ้นโดยเฉพาะในยุโรป ซึ่งล่าสุดมี 10 ประเทศในยุโรปประกาศห้ามการเดินทางเข้าออกประเทศ (Lockdown), ยกเลิกกิจกรรมการกีฬาและคอนเสิร์ตต่างๆ  คาดมาตรการเหล่านี้จะกดดันเศรษฐกิจยุโรปซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่เศรษฐกิจเปราะบางและมีเครื่องมือทางการเงินและการคลังจำกัดทรุดตัวลงอีก ถือเป็นปัจจัยลบสำคัญกดดันบรรยากาศการลงทุนในช่วงต้นของสัปดาห์นี้
  • (-) ไทยเสี่ยงเข้าสู่ระดับ 3 หลังจำนวนผู้ติดเชื้อ Covid-19 เร่งตัวขึ้น เป็นอีกหนึ่ง Overhang สำคัญกดดันตลาดหุ้นไทย: วานนี้กระทรวงสาธารณสุขแถลงมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ในไทยเพิ่มขึ้นวันเดียวมากถึง 32 ราย ส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อรวมเพิ่มขึ้นเป็น 114 รายและเสียชีวิต 1 ราย จากจำนวนผู้ติดเชื้อที่เร่งตัวขึ้นทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนก เกิดปรากฏการณ์แห่กักตุน อาหารและสินค้าที่จำเป็น ขณะที่ภาคตลาดทุนปัจจัยนี้ยังเป็น Overhang กดดันบรรยากาศการลงทุนเพราะนักลงทุนเกรงว่าหากภาครัฐประกาศให้การระบาดของไวรัส Covid-19 ในไทยเข้าสู่ระดับ 3 จะทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงัก จากการสั่งงดกิจกรรมต่างๆ, ปิดโรงงาน, lockdown เมือง และสั่งห้ามการเดินทาง ปัจจัยเหล่านี้จะซ้ำเติมเศรษฐกิจและผลกำไรบริษัทจดทะเบียนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้