วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตลาดมีโอกาสตอบรับเชิงลบกับมาตรการของ"เฟด"ก่อนเป็นบวกในช่วงต่อไป

เฟดประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่

ในการประชุมฉุกเฉินก่อนกำหนดการประชุม 17-18 มี.ค. ประกอบด้วย 1) ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 1% (หลังจากเพิ่งลดไป 0.50% ในสัปดาห์ก่อน) 2) กลับมาทำ QE วงเงิน 7 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ (ซื้อพันธบัตร 5 แสนล้านเหรียญฯ และซื้อ MBS 2 แสนล้านเหรียญฯ) 3) ประกาศความร่วมมือกับธนาคารกลางขนาดใหญ่ของโลกอีก 5 แห่ง ได้แก่ อังกฤษ, ญี่ปุ่น, ยุโรป, สวิตเซอร์แลนด์และแคนานา เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในเงินเหรียญสหรัฐฯ (US Dollar swap arrangement)

นโยบายของเฟดเป็นบวก แต่ตลาดหุ้นระยะสั้นมีโอกาสตอบรับเป็นลบ การใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐฯ (วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์) ในปี 2551 (ค.ศ.2008) เราประเมินว่าเฟดดำเนินนโยบายดังกล่าวเนื่องจากเริ่มเห็นสัญญาณของการขาดสภาพคล่องด้านการเงินในหลายมิติ จึงออกนโยบายเพื่อกันวิกฤติการขาดสภาพคล่องและช่วยประคองเศรษฐกิจในช่วงกระทบจากไวรัส อย่างไรก้ตามในระยะสั้น การออกมาตรการชุดใหญ่จะทำให้ตลาดวิตกกังวลกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น และนักลงทุนอาจตอบรับเชิงลบกับตลาดหุ้น จนกว่าสถานการณ์ระบาดจะเริ่มผ่อนคลาย หรือส่งสัญญาณผ่านจุดแย่สุดไปแล้ว (ซึ่งปัจจุบันมีจีน และเกาหลี)

สถานการณ์ระบาดในยุโรปและไทยกำลังเร่งตัว สถานการณ์ระบาดในยุโรปกำลังเร่งตัวขึ้นและห่างไกลจากสัญญาณชะลอตัว ทั้งอิตาลี, สเปน, เยอรมัน และฝรั่งเศส ซึ่งวันนี้จำนวนผู้ติดเชื้อนอกประเทศจีนเข้าใกล้ 9 หมื่นราย มากกว่าผู้ติดเชื้อสะสมในจีนที่ 8 หมื่นรายแล้ว ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 3302 ราย แซงหน้าผู้เสียชีวิตสะสมที่จีนที่ 3,213 รายแล้ว ขณะที่ไทย จำนวนผู้ติดเชื้อเร่งตัวขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์เป็น 114 ราย (+32 ราย) และเริ่มเห็นการสั่งเตรียมพร้อมของสถานพยาบาลภาครัฐ ดังนั้นเราประเมินมีโอกาสที่สถานการณ์ระบาดในไทยจะถูกประกาศเข้าสู่ระยะที่ 3 ในเร็วๆ

สินทรัพย์เสี่ยงถูกกดดัน ระวังแรงปรับพอร์ตของหุ้นที่ Outperform มานาน การใช้มาตรการที่เด็ดขาดมากขึ้นในหลายประเทศ จะส่งผลกระทบต่อตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะสั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ยังคงระวังแรงปรับพอร์ตในกลุ่มหุ้นที่เด่นกว่าตลาดจนน้ำหนักการลงทุนเริ่มผิดไปกว่าปกติ จะทำให้นักลงทุนสถาบันจำต้องลดน้ำหนักหุ้นกลุ่มดังกล่าวลงมา อาทิ กลุ่มไฟฟ้าและสื่อสาร รวมถึงระวังความผันผวนในหุ้นที่ซื้อขายด้วย Valuation ที่แพง

ภาพรวมกลยุทธ์ ตลาดช่วงสั้นยังมีโอกาสผันผวนในทางลบ จนกว่าสถานการณ์ระบาดจะเข้าสู่ภาวะทรงตัว ระวังแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบ การลงทุนเน้นกลุ่มรายได้มั่นคง ที่มีผลตอบแทนปันผลจับต้องได้ อาทิ สื่อสาร ไฟฟ้า   // หุ้นแนะนำวันนี้ BPP* / ทยอยสะสม TIP*, THRE* / เก็งกำไร SFLEX* (เป้า 5.80 ตัดขาดทุน 4.90)

แนวรับ 1,045-1,100 จุด / แนวต้าน : 1,152 จุด สัดส่วน : เงินสด 70% : พอร์ตหุ้น 30%.

 

ประเด็นการลงทุน

BOJ เตรียมจัดประชุมฉุกเฉิน – ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เตรียมจัดประชุมฉุกเฉินในวันนี้ แทนการประชุมตามกำหนดการเดิมในวันที่ 18-19 มี.ค.

ตลท.ปรับปรุงเกณฑ์ขายชอร์ตชั่วคราว – ตลาดหลักทรัพย์ประกาศปรับปรุงเกณฑ์การขายชอร์ตเพื่อใช้เป็นการชั่วคราวโดยกำหนดให้ขายขายชอร์ตได้เฉพาะในราคาที่สูงกว่าราคาขายครั้งสุดท้ายเพื่อหนุนความเชื่อมั่นนักลงทุนในตลาด

ผู้ติดเชื้อ Covid-19 ในไทยพุ่งทะลุ 100 ราย – ตัวเลขผู้ติดเชื้อ Covid-19 ในไทยพุ่งขึ้น 32 ราย รวมติดเชื้อสะสม 114 ราย

ค่าระวางเรือ – ล่าสุดอยู่ที่ 631 เปลี่ยนแปลง -2.00 หรือ -0.32%

 

ประเด็นติดตาม: 17 มี.ค. – ตัวเลขค้าปลีกสหรัฐฯ เดือน ก.พ. / 18 มี.ค. – ตัวเลขเงินเฟ้อยุโรป เดือน ก.พ. / 25 มี.ค. – ประชุม กนง. / 31 มี.ค. – ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)