“ตลาดหลักทรัพย์” เผยปี 62 บริษัทจดทะเบียน มียอดขาย 11.6 ล้านล้านบาท ลดลง 2.5% และมีกำไรสุทธิ 8.66 แสนล้านบาท ลดลงเฉียด 6% จากปีก่อน ผลสงครามการค้าโลก เศรษฐกิจไทยชะลอตัว ราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมดิ่ง ฉุดภาพรวมลด
นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปี 2562 ของหลักทรัพย์จดทะเบียนในSETมียอดขายรวม11,604,409ล้านบาท ลดลง2.5%โดยมีกำไรจากการดำเนินงานหลัก (Core operating profit) 896,611ล้านบาท ลดลง16.5%และมีกำไรสุทธิ866,133ล้านบาท ลดลง5.9%จากปีก่อน อย่างไรก็ดี ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับผลประกอบการในช่วง9เดือนแรกที่ลดลง15.4%จากปีก่อนหน้า
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส4 ปี2562ค่อนข้างทรงตัว จากไตรมาสก่อนหน้า และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยนมียอดขายรวม2,870,642ล้านบาท ลดลง 7.6% แต่มีกำไรจากการดำเนินงานหลัก201,671ล้านบาท เพิ่มขึ้น19.1% และมีกำไรสุทธิ198,912ล้านบาท เพิ่มขึ้น39.2% กลุ่มธุรกิจที่ปรับดีขึ้น มาจากหมวดธุรกิจขนส่ง (สายการบิน) และหมวดพลังงานและสาธารณูปโภค ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์ราคาน้ำมันตกต่ำ ณ สิ้นปี2561
“ในปี2562หลักทรัพย์จดทะเบียนไทยได้รับผลกระทบค่อนข้างมากจากสงครามทางการค้า เงินบาทที่แข็งค่าขึ้น อัตรากำไรของผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมลดลง และการลดลงของอุปสงค์ในผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี ทำให้กระทบต่อกำไรจากการดำเนินงานหลักและกำไรสุทธิปรับลดลงจากปีก่อน โดยมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานหลักลดลงมาอยู่ที่7.7% จากปีก่อนอยู่ที่9.0%ขณะที่อัตรากำไรสุทธิลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 7.0%เทียบกับในปีก่อนที่7.3%”
สำหรับฐานะการเงินของกิจการ ณ สิ้นไตรมาส 4 ปี2562 มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน(ไม่รวมอุตสาหกรรมการเงิน)ปรับขึ้นมาอยู่ที่1.34เท่า จากช่วงเดียวกันในปีก่อนที่1.30เท่า โดยหมวดธุรกิจที่มีผลการดำเนินงานเติบโตได้ดี คือหมวดอาหารและเครื่องดื่มจากการขยายตลาดไปกลุ่มประเทศCLMVและหมวดเงินทุนและหลักทรัพย์ ตามการเติบโตของสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ และสินเชื่อบัตรเครดิต
ด้านผลการดำเนินงานของหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)ในปี2562มียอดขายรวม185,163ล้านบาท เพิ่มขึ้น2.6% มีกำไรจากการดำเนินงาน6,760ล้านบาท ลดลง7.3% โดยผลของรายการพิเศษในกลุ่มทรัพยากร ส่งผลให้ภาพรวมมีกำไรสุทธิ9,884ล้านบาท เพิ่มขึ้น91.9% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน









