สถานการณ์ panic sell และมีช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ให้นักลงทุนยังรอดูสถานการณ์ต่อไปก่อน
KGI ประเมิน SET Index วันศุกร์ลงต่อ... คาดว่าแรงขายตกใจ (panic sell) จะมีต่อเนื่อง หลังจากเมื่อวานตลาดหุ้นไทยร่วงหนักจนชน circuit breaker และเมื่อคืนนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ลงแรงมากเช่นกัน... ดัชนี ดาวโจนส์ปิดลบ 9.99% ตามปัจจัยลบที่เข้ามาต่อเนื่อง เช่น i) ความกังวลต่อเศรษฐกิจโลกเพิ่มมากขึ้น อีกหลังจากสหรัฐฯ ประกาศห้ามนักท่องเที่ยวจากยุโรปเข้าสู่สหรัฐฯ ในช่วง 30 วันข้างหน้า ซึ่งน่าจะซ้ำเติมกิจกรรมการเดินทาง การท่องเที่ยว รวมทั้งอุปสงค์ของน้ำมันด้วย ii) สถานการณ์การระบาดของไวรัส Covid-19 รุนแรงขึ้นอีก ประเทศฝรั่งเศสเตรียมประกาศปิดเมืองคล้ายกับที่อิตาลีทำแล้ว ขณะที่ 26 รัฐในสหรัฐฯ (จากทั้งหมด 50 รัฐ) ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินแล้ว iii) ราคาน้ำมันดิบลดลงอีก 8.6% น่าจะยังกดดันหุ้นกลุ่มพลังงานต่อไป... ทั้งนี้ แม้ว่า ธ.กลางยุโรปเมื่อคืนนี้เพิ่มระดับของมาตรการ QE อีก 1.2 แสนล้านยูโรในช่วงที่เหลือของปีนี้ และ ธ.กลางสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มเม็ดเงินอัดฉีดในตลาดเงิน รวมทั้ง กลับมาใช้มาตรการ QE อีกครั้ง 6 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ ต่อเดือน แต่แทบไม่มีผลต่อตลาดหุ้นโลกเนื่องจากนักลงทุนมองว่านโยบายการเงินอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาวิกฤตด้านสุขภาพและความเชื่อมั่นได้
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยฯ ได้ปรับประมาณการ EPS ปี 2563 ครบแล้ว คาดว่าจะอยู่ที่ 80.0 จุด ลดลง 9% จากปี 2562 และที่ระดับปิดของดัชนีฯ เมื่อวาน คิดเป็น earnings yield gap ที่ 6.2% ซึ่งอยู่ในระดับที่ดึงดูดมากๆ แล้วในสถานการณ์ปกติ ซึ่ง yield gap แทบไม่เคยขึ้นเกิน 6.0% แต่ด้วยสถานการณ์ panic sell และมีช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เราแนะนำให้นักลงทุนยังรอดูสถานการณ์ต่อไปก่อน ทั้งนี้กรณีเลวร้ายสุดขั้ว หากสมมติให้ valuations ของตลาดหุ้นกลับไปในช่วงวิกฤตสหรัฐฯ ปี 2551 ที่ yield gap 8.0% จะคำนวณดัชนีฯ กรณีเลวร้ายสุดขั้ว ที่ 880 จุด
หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน
โอกาสซื้อหุ้นถูก แต่ต้องอดทน "รอ" อีกหน่อย
- ลิสต์หุ้นพื้นฐานดี ราคาถูก เตรียมไว้ "รอ" ซื้อ เมื่อตลาดหยุด Panic ตลาดหุ้นที่ Panic sell วานนี้ ทำให้หลุดจุด Stop loss หุ้นที่เราเคยแนะนำก่อนหน้าไป ดังนั้น สำหรับนักลงทุนที่ขายตัดขาดทุนตามที่แนะนำไปแล้ว แนะนำ Wait&See "รอ" ซื้อหุ้น เราประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสฯที่เกิดขึ้นในขณะนี้จนกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและไทย เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระยะสั้น (ไม่น่าเกิน 1 ปี) และไม่กระทบต่อปัจจัยพื้นฐานระยาว โดยเฉพาะหุ้นที่มีสถานะการเงินแข็งแกร่ง จึงเป็นโอกาสในการซื้อ สำหรับการลงทุนระยะยาว แต่เน้นไปที่หุ้นที่สถานะการเงินแข็งแกร่งเป็นหลัก (เลี่ยงความเสี่ยงการขาดสภาพคล่องในช่วงนี้) แนะนำให้นักลงทุน "รอ" จนกว่าสถานการณ์การ Panic sell ในขณะนี้ เริ่มหยุด หรือ สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสฯนิ่งกว่านี้
1) กลุ่มท่องเที่ยว AOT* D/E < 1 เท่า และราคาหุ้น < 2/3 ของ Tangible book value
2) กลุ่มสื่อสาร INTUCH* D/E < 1 เท่า และ Dividend yield +6%
3) โรงไฟฟ้า EGCO* D/E < 1 เท่า และ Dividend yield 3.2%
4) ธนาคารพาณิชย์ BBL* PBV 0.48 เท่า ต่ำใกล้เคียงวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540
5) ที่ดินนิคมฯ AMATA* ราคาลงมาใกล้ราคาทุนของที่ดินหักด้วยหนีสิ้นบริเวณ 9 บาท/หุ้น
หุ้นมีข่าว
(-) DD ของ THAI* ลาออก หลังแผนฟื้นฟูกิจการที่นำเสนอต่อบอร์ดไม่ผ่านการพิจารณา ทั้งนี้ การลาออกจะมีผลในวันที่ 11 เมษายน 2563 (บางกอกโพสต์) เรามองข่าวดังกล่าวเป็นลบ ขระที่การคาดการณืแนวโน้มผลการดำเนินงานของบริษัทยังคงจะยํ่าแย่ลง YoY ในปี 2563 เรามองว่า การระบาดของ COVID-19 ในระดับโลกจะมีผลกระทบต่อแนวโน้มผลประกอบการโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสาร เรายังคงแนะนำ “ขาย” โดยมีราคาเป้าหมาย 4.70 บาท รวมทั้งยังเห็นถึง downside ที่มีโอกาสเพิ่มขึ้นต่อทั้งผลการดำเนินงานและราคาเป้าหมาย
(+) แบงก์ปิดเสี่ยงดัน 'ธุรกิจทวงหนี้' โต (กรุงเทพธุรกิจ) อานิสงส์กฎหมายตามหนี้ หนุนพอร์ตพุ่งเท่าตัว "ธุรกิจติดตามหนี้" เข้าสู่ ขาขึ้น รับอานิสงส์ "แบงก์-นอนแบงก์" ลดความเสี่ยงจากก.ม.ติดตามหนี้ แห่จ้าง บริษัททวงหนี้มากขึ้น CHAYO คาด ปีนี้โตต่อ 20% จากปีก่อนเติบโต 40% ด้าน JMT* เผยปี 62 รับงานอื้อหนุนพอร์ตพุ่ง 1 เท่าตัว หวังปีนี้ทะยานอีก 10%
(+) ซอฟต์โลน 1.5 แสนล.พร้อม ออมสินเปิดพักหนี้-ลดผ่อน (ไทยโพสต์) "ออมสิน" ประกาศพร้อมปล่อยกู้ซอฟต์โลน 1.5 แสนล้านบาท ช่วยผู้ประกอบการสู้พิษโควิด-19 คาด มี.ค.นี้พร้อมเข็นพักเงินต้น 2 ปี จ่ายแต่ดอกเบี้ย 50-100% ช่วยลดภาระ
(+) กลุ่มพรรณนิภาซื้อ TQM* เพิ่ม ไตรมาสแรกกำไรจ่อโต 22% (ข่าวหุ้น) กลุ่มพรรณนิภา ผู้ถือหุ้นใหญ่ใน TQM* เข้าเก็บหุ้นเพิ่ม หลังราคาร่วงลงตามภาวะตลาดฯ พร้อมเผยธุรกิจนายหน้าขายประกันไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบต่างๆ ในขณะนี้ชี้แม้เศรษฐกิจชะลอตัว แต่ประกันภัยยังเป็นสินค้าจำเป็นเผยประกันโควิด-19 ช่วง 1 เดือนยอดพุ่ง 1 แสนกรมธรรม์ โบรกฯ คาดกำไร TQM* ไตรมาสแรกโต 22% เป้า 83 บาท ยีลด์สูงลิ่ว
(0) BGRIM* ย้ำลดค่าไฟกระทบ 0.17% GPSC* ชี้แค่ชั่วคราวไร้นัยสำคัญ (ทันหุ้น) BGRIM* ตอบรับมาตรการรัฐลดค่าไฟฟ้าช่วยเหลือประชาชนกระทบรายได้เพียง 0.17% ย้ำ รายได้ส่วนใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบ เดินหน้าขยายธุรกิจต่อเนื่อง ฟาก GPSC* ชี้มาตรการชั่วคราวไม่กระทบผลประกอบการอย่าง
มีนัยสำคัญ มองราคาน้ำมันลงหนุนต้นทุนการผลิตลด






