ประชาชนผวาโควิด-19 แห่ซื้อกรมธรรม์ดันยอดขายพุ่ง “กรุงเทพประกันภัย” เผยสัปดาห์เดียวยอดซื้อกว่า 1 แสนกรมธรรม์ ขณะที่แนวโน้มเพิ่มต่อเนื่อง เหตุเบี้ยประกันไม่แพง “สินมั่นคง” เผยกวาดเบี้ยแล้ว 36 ล้านบาท ด้าน “ทีคิวเอ็ม” ระบุยอดขายทะลักแบบไม่เคยมีมาก่อน
การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ หรือ “โควิด-19” ที่เริ่มขยายวงกว้างขึ้น ทำให้ “ค่ายประกัน” ต่างๆ เริ่มออกแบบกรมธรรม์ให้ความคุ้มครอง เพื่อสร้างความอุ่นใจแก่ผู้เอาประกัน และแบบกรมธรรม์ที่ออกมาก็ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างถล่มทลาย โดยจะเห็นว่าบริษัทประกันต่างๆ เริ่มอัพเกรดแบบกรมธรรม์ไปสู่ ซีรีย์ใหม่ๆ เพิ่มเติม
นายอภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บมจ.กรุงเทพประกันภัย (BKI) เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทมียอดขายประกันโควิด-19 กว่า 1 แสนกรมธรรม์ ในช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา คิดเป็นเบี้ยประกันมากกว่า 10 กว่าล้านบาท และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ผ่านทีคิวเอ็มโบรกเกอร์
“การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้คนไทยหันมาสนใจ และตระหนักถึงความคุ้มครองสุขภาพและการชดเชยรายได้ไว้รองรับความเสี่ยงหากเกิดเหตุไม่คาดคิดกับตัวเองและครอบครัว”
สำหรับแผนความคุ้มครองประกันโควิด-19 ที่ได้รับความนิยมสุด เป็นประเภทเบี้ยไม่สูงมาก เช่น 99 และ 299 บาทต่อปี คุ้มครองแบบเจอ จ่าย จบ โดยเมื่อเจอเชื้อไวรัสจ่าย 2 หมื่นบาทและ 5 หมื่นบาท และ คุ้มครองอุบัติเหตุ 3 หมื่นบาท และ 1 แสนบาท เป็นจุดให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อประกันดังกล่าวได้และเข้าถึงคนได้ทุกกลุ่ม
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ความนิยมที่มีเข้ามาอย่างมาก ทำให้บริษัทขยายแบบประกันเพิ่มเติม โดยเพิ่มประเภทเบี้ย 799 และ 999 บาทต่อปี มีทุนประกันสูงสุด 2 ล้านบาท การรักษาพยาบาลสูงสุด 2 แสนบาท และคุ้มครองอุบัติเหตุ 2 แสนบาท หลังจากก่อนหน้านี้ยังพบว่า มีลูกค้าในกรุงเทพ โทรเข้ามาสอบถามวงเงินความคุ้มครองที่สูงขึ้นเป็นหลักล้านบาท จึงได้เพิ่มความคุ้มครองมาตอบโจทย์ลูกค้าของตัวเองและเพิ่มความอุ่นใจภายใต้สถานการณ์ในปัจจุบัน
นายเกรียงศักดิ์ โพธิเกษม ผู้ช่วยกกรรมการผู้จัดการ บมจ.วิริยะประกันภัย กล่าวว่า บริษัทได้ออกประกันโควิดชีลด์ ตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน พบว่า ตลาดตอบรับดีมาก โดยเฉพาะลูกค้าประกันรถยนต์ของบริษัทประมาณ 8 ล้านคนทั่วไปที่เป็นมนุษย์เงินเดือน พนักงานบริษัทของวิริยะ ผ่านช่องทางสาขา ตัวแทน โบรกเกอร์ ทั้งในพื้นที่กรุงเทพและต่างจังหวัด
ทั้งนี้ เบื้องต้น พบว่า มียอดขายผ่านสาขาของวิริยะเข้ามา ประมาณ 1,000 กว่ากรมธรรม์ต่อวัน ขณะที่เบี้ยอยู่ระหว่างการรวบรวมจากทุกช่องทางคาดสรุปได้ในสัปดาห์หน้า และน่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นได้อีกมาก เพราะว่าปัจจุบันประกันดังกล่าวได้รับการอนุมัติขายผ่านช่องทางออนไลน์จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) แล้ว โดยขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมระบบที่จะมารองรับ เช่น เทเลเซลล์ผ่านเฟชบุ๊ก คาดว่า จะเริ่มขายได้เร็วๆ นี้ และยังจะขยายช่องทางขาย ร่วมกับธนาคารพันธมิตร อย่างธนาคารทิสโก้ ด้วย
รายงายข่าวจาก บมจ.สินมั่นคงประกันภัย กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมีเบี้ยประกันภัยไวรัสโคโรน่าประมาณ 36 ล้านบาท และคาดว่าอัตราการเติบโตของเบี้ยน่าจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากบริษัทมีช่องทางการขายหลายช่องทางทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ลูกค้าสามารถซื้อประกันได้สะดวก ง่าย รวดเร็ว เบี้ยไม่แพง เริ่มต้นเพียง 250 บาท และคุ้มครองสูงสุดถึง 100,000 บาท รวมถึงลูกค้ายังสามารถได้รับสินไหมทดแทนเต็มจำนวนทันทีที่ตรวจพบว่าได้รับเชื้อไวรัสดังกล่าว
“ตลาดตอบรับดีจากคู่ค้า และลูกค้าหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ เนื่องจากจุดเด่นของประกันภัยบริษัท ที่จะจ่ายค่าสินไหมทดแทนเต็มทุนประกันทันทีที่ผู้เอาประกันภัยได้รับการวินิจฉัยโรคจากแพทย์เป็นครั้งแรกว่าติดเชื้อไวรัสโคโรน่า โดยไม่มีระยะเวลารอคอย ซึ่งคุ้มค่าสำหรับผู้เอาประกันภัยที่จะได้เงินก้อนไปใช้ในการรักษาพยาบาลต่อไป”
นางนภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ประกันโควิด-19 มียอดขายจำนวนมากแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นก่อน สำหรับการขายประกันสุขภาพ อีกทั้งยังพบว่า ลูกค้าสนใจและโทรเข้ามาสอบถามรายละเอียดผ่านคอลเซ็นเตอร์เอง รวมถึงในช่องทางดิจิทัลมียอดขายเพิ่มขึ้นจากหลักร้อยกรมธรรม์กระโดดขึ้นมาเป็นหลักพันกรมธรรม์ในปัจจุบัน ทั้งลูกค้ารายย่อยทั่วไปและกลุ่มองค์กรที่มาซื้อให้กับพนักงานหรือสถาบันการศึกษาซื้อให้กับนักเรียนนักศึกษา เพื่อสร้างความคุ้มครองเพิ่มเติม
สะท้อนว่าคนไทยเริ่มเห็นประกันสุขภาพเป็นเรื่องใกล้ตัวและมีโอกาสได้ใช้ภายใต้ความเสี่ยงโรคใหม่ๆ ที่มีโอกาสเกิดขึ้น และต้องความคุ้มครองมาบริหารความเสี่ยงและแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในอนาคต แผนที่ได้รับความนิยมสูงสุด เป็นเบี้ยเฉลี่ย 200 กว่าบาท ไม่เกิน 500 บาท ทุนประกันตรวจพบเจอโควิดจ่าย 50,000 และ 100,000 บาท และมีจ่ายชดเชยรายได้






