ซีพีเอฟ มองผลกระทบโควิด-19 กระทบธุรกิจไม่มาก กรณีแพร่ระบาดยาวนานทั้งปีกระทบยอดขายประมาณ 5% จากเป้า 6 แสนล้าน ผู้บริหารคุมเข้มซัพพายเชนเน้นปลอดภัย-ส่งอาหารได้ต่อเนื่อง
นายประสิทธิ์ บุญควงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด(มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ กล่าวว่า สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในปีนี้ทำให้บริษัทได้รับผลกระทบบ้างในการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะในส่วนของอาหารที่บริษัทส่งให้ลูกค้าในโรงแรมทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ลดลงตามผลกระทบของโรงแรมที่ได้รับผลกระทบจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังประเทศไทยลดลง
อย่างไรก็ตาม การจำหน่ายอาหารให้กับกลุ่มลูกค้าที่เป็นกลุ่มร้านค้าปลีก (retailer) ในประเทศมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 6 - 7% ขณะที่ตลาดในต่างประเทศที่บริษัททำธุรกิจใน 17 ประเทศ และส่งออกสินค้าไปกว่า 30 ประเทศ พบว่ายังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก และตลาดในประเทศจีนเริ่มได้รับผลดีขึ้น ตามการคลี่คลายของสถานการณ์ไวรัสในจีน
โดยธุรกิจในช่วงต้นปี 2563 ยอดขายลดลงประมาณ 5% เท่านั้น ซึ่งการลดลงส่วนใหญ่มาจากยอดขายในประเทศที่ชะลอตัวลง จากส่วนของลูกค้าที่เป็นกลุ่มโรงแรม ภัตตาคาร และร้านอาหาร ขณะที่แนวโน้มของเงินบาทที่อ่อนค่า และอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ก็ถือเป็นปัจจัยหนุนในการทำธุรกิจของบริษัทในปีนี้
“ในส่วนของยอดขายที่ตั้งเป้าไว้ในปีนี้ประมาณ 6 แสนล้านบาท จะต้องมีการรีวิวอีกครั้งในช่วงเดือน 4-5 ของปี ซึ่งขณะนี้บริษัทมีมุมมองต่อสถานการณ์ของโควิด-19 ไว้ 2 แบบ”
- กรณีที่โรคนี้ยุติได้ภายในครึ่งปีแรก คาดว่ายอดขายของบริษัทยังสามารถที่จะเป็นบวกได้เมื่อเทียบกับปีก่อน
- กรณีที่ร้ายแรง คือ การแพร่ระบาดเป็นสถานการณ์ที่ยังไม่สิ้นสุดและเกิดขึ้นทั้งปีนี้ บริษัทคาดว่าจะกระทบต่อยอดขายในภาพรวมจะกระทบประมาณ 5%
สำหรับสาเหตุที่ประเมินว่าผลกระทบไม่มาก เนื่องจากเราอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารที่ได้รับผลกระทบน้อย เพราะคนเพียงแค่เปลี่ยนสถานที่ในการบริโภคอาหาร แต่ยังคงบริโภคอยู่ หากสามารถบริหารการจัดส่ง และขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ยังตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ก็สามารถที่จะทำธุรกิจต่อเนื่องได้
นายประสิทธิ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญในขณะนี้ คือการดูแลเรื่องของการขนส่ง และไลน์การผลิตสินค้า ซึ่งจะมีการตรวจสุขภาพของพนักงานอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีผู้ป่วยอยู่ในขั้นตอนการผลิตและการขนส่ง และมีการเตรียมความพร้อมให้บริษัทสามารถส่งอาหารปลอดภัยไปยังให้ผู้บริโภคได้ตามปกติ
ทั้งนี้ซีพีเอฟได้เริ่มต้นโครงการ "CPF ส่งอาหารจากใจร่วมต้านภัย c0VD-19" ซึ่งจากการที่ประเทศไทยประกาศให้ โควิด-19 เป็นโรคติดต่ออันตราย ตาม พ.ร.บ.โรดติดต่อ พ.ศ.2558 นั้น บริษัททราบว่ามีบุคลากรทางการแพทย์ที่เสียสละ ทำงานอย่างหนักเพื่อต่อสู้ และป้องกันการแพร่ระบาด ขณะที่เริ่มมีจำนวนประชาชนที่กักตัวเองอยู่ในที่ต่างๆ 14 วัน เพื่อลดความเสี่ยงจะแพร่กระจายโรคโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
บริษัทฯ ในฐานะผู้นำด้านอาหารปลอดภัยของโลก จึงขอมีส่วนร่วมช่วยเหลือเพื่อเสริมมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข โดยบริษัทฯ จะใช้วิธีบริหารจัดการโดยขอให้บุคคลที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรดโควิด-19 แจ้งความประสงค์รับการสนับสนุนอาหารจากซีพีเอฟ โดยลงทะเบียนได้ที่ LNE CPFRESHMART >> http://bit.ly/2PPFcyB และบริษัทฯ จะนำรายชื่อที่ลงทะเบียน ตรวจสอบกลับไปยังกรมควบคุมโรค
เมื่อได้รับการยืนยันผ่าน SMS แล้ว "ทีมซีพีฟรชมาร์ทเคลิเวอรี่" จะนำผลิคภัณฑ์อหารของบริษัทจากจุดกระจายสินค้า 10 สาขาทั่วประเทศ (กทม. 59 สาขา) ส่งตรงถึงบ้าน สำหรับโรงพยาบาลของรัฐทั่วประเทศ สามารถแจ้งความประสงค์รับการสนับสนุนอาหารผ่านฮอตไลน์ซีพี่เฟรชมาร์ท โทร.1788 ได้ อีกช่องทาง
ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์อาหาร CP ที่จะส่งมอบ มีให้เลือกถึง 3 ชุด 34 รายการ ได้แก่
- ชุดอาหารพร้อมรับประทาน (ready to eat) อาทิ ข้าวกะเพราไก่ สปาเก็ตตี้คาโบนารา เกี้ยวกุ้ง ฯลฯ ที่กลุ่มเสี่ยงสามารถเข้าไมโครเวฟเพื่ออุ่นร้อนและรับประทานได้ทันที
- ชุดข้าวแกงถุง ที่สามารถแกะถุงรับประทานได้ทันที
- ชุดอาหารลด เนื้อไก่ เนื้อหมู ที่สามารถนำไปปรุงเป็นเมนูต่างๆ ได้ตามต้องการ
โดยจะเริ่มดำเนินการจัดส่งตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค.2563 เป็นตันไป ทั้งนี้ปัจจุบันมีผู้ขอเข้ารับสิทธิ์ในการส่งอาหารจากโครงการนี้แล้วประมาณ 200 ราย และคาดว่าจะมีเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 รายในอนาคต ทั้งนี้ซีพีเอฟได้ขอให้บริษัทเอกชนรายอื่นๆ ที่มีศักยภาพมาเข้าร่วมโครงการนี้หรือทำโครงการในลักษณะเดียวกับซีพีเอฟซึ่งได้เริ่มต้นเรื่องนี้แล้ว






