วันพุธ ที่ 15 เมษายน 2569

Login
Login

MINT ทุ่ม 2.48 พันลบ.ฮุบแฟรนไชส์ร้าน 'Bonchon' ในไทย

MINT ทุ่ม 2.48 พันลบ.ฮุบแฟรนไชส์ร้าน 'Bonchon' ในไทย

"ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล" ประกาศได้สิทธิแฟรนไชส์เพื่อขยายร้านไก่บอนชอนในไทย โดยใช้เงินลงทุน 2.48 พันล้านบาท ตั้งเป้าขยายมากกว่า 150 สาขาทั่วประเทศในปี 67 ส่วนยอดขายช่วง 2 เดือนแรกปีนี้ยังแข็งแกร่ง แม้เผชิญสถานการณ์โควิด-19

บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) MINT เปิดเผยว่าบริษัทได้เข้าลงทุนในสัดส่วน 70% ในบริษัท Spoonful Pte. Ltd.ในประเทศสิงคโปร์ (Spoonful SG)และ บริษัท สพูนฟูล (ประเทศไทย) จำกัด (Spoonful TH) โดยใช้เงินลงทุนทั้งสิ้นจำนวน 2,483 ล้านบาท

ทั้งนี้ Spoonful SG เป็นเจ้าของสิทธิแฟรนไชส์ของบอนชอนในประเทศไทย ส่วน Spoonful TH เป็นผู้ดำเนินการร้านอาหารบอนชอนที่จะขยายต่อไปในอนาคตในประเทศไทย โดยการเข้าลงทุนในครั้งนี้ส่งผลให้ MINT เป็นผู้ดำเนินการร้านอาหารบอนชอนในประเทศไทย และเป็นเจ้าของสิทธิแฟรนไชส์ในระยะยาวแต่เพียงผู้เดียว รวมถึงสิทธิในการให้แฟรนไชส์ต่อ

ขณะที่การเข้าลงทุนในครั้งนี้เป็นการเน้นย้ำถึงความเชื่อมั่นของ MINT ในศักยภาพการเติบโตของตลาดไก่ทอด และคอนเซปต์แบรนด์ที่เป็นเอกลักษณ์ของบอนชอน อีกทั้งเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่เหมาะสมสำหรับ MINT ด้วยแบรนด์บอนชอนที่แข็งแกร่งระดับโลก ผลการดำเนินงานที่เป็นเลิศ และศักยภาพที่สูงในการขยายสาขา นอกจากนี้ บอนชอนจะใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของ MINT เพื่อดำเนินการตามแผนกลยุทธ์ที่มีอยู่และในอนาคต เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่แข็งแกร่งและยั่งยืนต่อไป

โดย MINT เชื่อมั่นว่าบอนชอนจะประสบความสำเร็จต่อไปในอนาคต และมีเป้าหมายที่จะขยายสาขามากกว่า 150 แห่งทั่วประเทศไทยภายในสิ้นปี 2567 (มีการเติบโตของจำนวนร้านอาหารเฉลี่ยต่อปีใน 5 ปีมากกว่า25%) ทั้งนี้ด้วยการใช้ประโยชน์จากร้านอาหารและแพลตฟอร์มบริการจัดส่งอาหารของ MINT บอนชอนจึงมีโอกาสในการขยายสาขาอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นในด้านภูมิศาสตร์ ช่องทาง หรือประเภทของร้าน โดยในกรุงเทพฯนอกเหนือจากสาขาที่มีอยู่เดิมในศูนย์การค้า บอนชอนยังสามารถขยายสาขาไปยังพื้นที่ค้าปลีกประเภทอื่นๆ อีกทั้งสาขาเพื่อการบริการจัดส่งอาหาร เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับแนวโน้มการบริการจัดส่งอาหารที่เติบโตอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้บอนชอนจะเปิดสาขาในเมืองสำคัญในต่างจังหวัดของประเทศไทย ด้วยปัจจุบันบอนชอนมีร้านอาหารเพียง 2 สาขานอกกรุงเทพฯ

ส่วนบอนชอนจะเติบโตอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นด้วยประโยชน์จากการดำเนินงานร่วมกันกับ MINT ซึ่งรวมถึงการใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มบริการจัดส่งอาหารที่แข็งแกร่งของ MINT เช่น แอปพลิเคชั่นสำหรับบริการจัดส่งอาหารและพนักงานจัดส่งอาหาร นอกจากนี้ ด้วยฐานการดำเนินงานด้านการจัดซื้อจัดจ้างของ MINT จะช่วยให้บอนชอนสามารถใช้ประโยชน์จากการจัดหาวัตถุดิบส่วนกลาง ทั้งเพื่อราคาที่มีประสิทธิภาพ และเพื่อความมั่นใจในคุณภาพและการจัดหาวัตถุดิบ อีกทั้ง บอนชอนจะสามารถพัฒนาประสิทธิภาพในการดำเนินงานผ่านการตลาดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ของ MINT

ทั้งนี้ยอดขายต่อร้านเดิม (Same-Store-Sales) ของบอนชอนยังคงแข็งแกร่งในช่วงสองเดือนแรกของปี 2563 ท่ามกลางสถานการณ์ COVID-19 โดยมีสาเหตุมาจากยอดขายจากช่องทางบริการจัดส่งอาหารที่แข็งแกร่ง ทั้งนี้ ด้วยความสามารถในการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพกว่าอุตสาหกรรม ซึ่งรวมถึง อัตรากำไรขั้นต้นและอัตราการทำกำไรก่อนหักดอกเบี้ยจ่าย ภาษี และค่าเสื่อม (EBITDA margin) จะช่วยให้บอนชอนสามารถรับมือกับความสามารถในการทำกำไรที่อาจจะลดลงอันเนื่องมาจากสภาพแวดล้อมการดำเนินงานที่ท้าทายดังกล่าว

นายพอล เคนนี่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารไมเนอร์ ฟู้ด กล่าวว่าการลงทุนในสิทธิแฟรนไชส์หลักของแบรนด์บอนชอนในประเทศไทยครั้งนี้เป็นการเน้นย้ำถึงกลยุทธ์ของบริษัทในการเพิ่มแบรนด์ในเครือร้านอาหาร และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทย และด้วยการดำเนินงานในประเทศไทยมาเกือบ 10 ปี บอนชอนได้นำมาซึ่งฐานลูกค้าที่เป็นกลุ่มคนไทยรุ่นใหม่ (กลุ่ม Millennials และ Generation Z) ซึ่งมีความภักดีสูงที่บริษัทจะสามารถจะต่อยอดได้ โดย MINT จะยกระดับบอนชอนโดยใช้ประโยชน์จากโครงสร้างการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง ระบบการดำเนินงานที่เป็นเลิศ การบริหารด้านการจัดซื้อจัดจ้าง และเครือข่ายการขายและการตลาดของเรา