วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แม้ระยะกลางไม่สดใส แต่ระยะสั้นอยู่ในจุดที่ตลาดมีโอกาสใกล้ฟื้นตัว

สถานการณ์ระบาดในต่างประเทศ

องค์การอนามัยโลก รายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อล่าสุด 87,137 ราย เสียชีวิต 2,977 ราย โดยสถานการณ์ในประเทศที่มีการระบาดมากเป็นอันดับ 2-4 อย่าง เกาหลีใต้, อิตาลี และอิหร่าน ยังดูน่ากังวล ขณะที่พบการระบาดใน 59 ประเทศ สหรัฐฯ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในรัฐวอชิงตัน และพิจารณามาตรการที่จำเป็นทั้งการยกเลิกการแข่งกีฬา และการสั่งปิดโรงเรียน ขณะที่ในอังกฤษมีรายงานถึงความเห็นของกระทรวงสาธารณสุข ที่พูดถึงการพิจารณามาตรการปิดพื้นที่

ไทยมีโอกาสประกาศยกระดับการระบาด หลังมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ทั้งนี้เมื่อ 26 ก.พ.63 กระทรวงสาธารณสุขประกาศให้ไวรัสโคโรนาสายพันธ์ใหม่ (Covid-19) เป็นโรคติดต่อร้ายแรงลำดับที่ 14 ทำให้จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ซึ่งจะมีอำนาจในการเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรี ในการออกกฎเกณฑ์และแนวปฏิบัติในการควบคุมโรค และน่าจะมีการประกาศยกระดับการระบาดขึ้นสู่ระดับที่ 3 ในเร็วๆนี้ ซึ่งมาตรการที่ออกมาอาจรวมถึงการห้ามจัดงานขนาดใหญ่หรือกิจกรรมที่จะมีการชุมนุมของจำนวนมาก อาจกระทบต่อธุรกิจโรงภาพยนตร์ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้า ธุรกิจด้านกีฬา ล่าสุดสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ยกระดับการป้องกันการแพร่ระบาด โดยกำหนดให้การแข่งขันฟุตบอลอาชีพแข่งในระบบปิด (ไม่มีแฟนบอลเข้าสนาม) มีผล 7-31 มี.ค.นี้

ความกังวลเศรษฐกิจถดถอยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จีนรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อด้านการผลิต (China Caixin Manufacturing PMI) ก.พ.ที่ 35.70 จุด ลดลงจาก ม.ค.ที่ 51.10 จุด มาตรการรับมือการแพร่ระบาดในหลายประเทศ กระทบต่ออุปสงค์และอุปทานในสินค้าและบริการอย่างรวดเร็วและฉับพลัน จึงเป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตามหากสถานการณ์ไวรัสโคโรนายืดเยื้อไปกว่า มี.ค.-เม.ย. อาจทำให้เศรษฐกิจหลายประเทศมีโอกาสเกิด technical recession (เศรษฐกิจรายไตรมาสติดลบ 2 ไตรมาสต่อเนื่องกัน) ได้

ระยะสั้นประเมินเข้าใกล้จุดต่ำสุดทางจิตวิทยา แม้ภาพระยะกลางมีความเสี่ยงทางลบต่อเศรษฐกิจและผลประกอบการณ์บริษัทจดทะเบียน หากสถานการณ์ระบาดของไวรัสโคโรนามีความยืดเยื้อ แต่สถานการณ์ระบาดที่ครอบคลุม ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่จำนวนมาก ทำให้ตลาดรับรู้ปัจจัยลบระยะสั้นเป็นส่วนใหญ่แล้ว จึงประเมินการปรับตัวลดลงต่อจะเข้าใกล้จุดที่ตลาดมีโอกาสจะฟื้นตัว โดยมีปัจจัยช่วยและต้องติดตามจาก 1) โอกาสปรับลดกำลังการผลิตของโอเปค 2) การผ่อนคลายของธนาคารกลางทั่วโลก 3) ความคืบหน้าในการพัฒนาวัคซีนและการรักษาโรค

ภาพรวมกลยุทธ์ การประกาศยกระดับโคโรนาในไทยอาจทำให้ตลาดลงต่อบ้าง แต่เป็นจุดเสี่ยงซื้อเชิงกลยุทธ์ เน้นหุ้นที่ไม่ได้รับผลกระทบจากไวรัส และมีกระแสเงินสดที่มั่นคงหรือการจ่ายปันผลได้สูงในช่วงที่รอพัฒนาการเรื่องการระบาดคลี่คลาย แม้ภาพระยะกลางยังเสี่ยงในขาลง แต่การปรับลดลงมาบริเวณ1,300-1,400 จุด มีโอกาสลุ้นฟื้นตัว // หุ้นแนะนำวันนี้ CRC*, ADVANC* / ทยอยสะสม WHAUP* / เก็งกำไร AI* (เป้า 1.27 ตัดขาดทุน 0.98)

แนวรับ 1340-1360 จุด / แนวต้าน : 1400-1420 สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%.

ประเด็นการลงทุน

เฟด – ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ เปิดเผยเฟดจะใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อหนุนเศรษฐกิจในช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงจะได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนาสายพันธ์ใหม่ ทั้งนี้นักลงทุนประเมินเฟดจะลดดอกเบี้ยลงอย่างน้อย 0.25% ในการประชุม 17-18 มี.ค. และมีโอกาส 41.7% ที่อาจปรับลดดอกเบี้ยถึง 0.50%

โอเปค – คาดมีโอกาสปรับลดกำลังการผลิตเพิ่มเติมในการประชุมวันที่ 5-6 มี.ค.นี้

แบงก์ชาติหวั่น GDP โตต่ำ 1% – ธปท.ประเมินเศรษฐกิจไทย 1Q63 โตต่ำ โดยเฉพาะในเดือน ก.พ. คาดทั้งปีมีโอกาสโตต่ำ 1%

ค่าระวางเรือ – อยู่ที่ 535 เปลี่ยนแปลง +6 หรือ +1.13%

ประเด็นติดตาม: 2 มี.ค. – Caixin Manufacturing PMI / EU manufacturing PMI เดือน ก.พ., 4 มี.ค. – US manufacturing PMI เดือน ก.พ., 5 มี.ค. – Beige Book

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)