นับตั้งแต่เทคโนโลยีพัฒนามากขึ้น เกิดสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) หลากหลายแพลตฟอร์ม ตลอดจนแอพพลิเคชั่นที่ตอบไลฟ์สไตล์การเสพสื่อของผู้บริโภค นับแต่นั้น ! “พฤติกรรม” ของผู้บริโภคก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ความต้องการที่เหมือนๆกันหรือ Mass แบบในอดีต
“พฤติกรรมผู้บริโภคที่หลากหลาย (Fragmentation)มากขึ้น” ปีเตอร์ ฌอง เดอ ครอน ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ มีเดียโดนัทส์ เอเชียแปซิฟิก สะท้อนภาพผู้บริโภคยุคปัจจุบัน ยกตัวอย่างพฤติกรรมการเสพสื่อ ในครัวเรือนเดียวกัน พ่อ แม่ ลูก รับชมคอนเทนท์ จากหลากแพลตฟอร์ม และต่างจอกัน เช่น แม่ดูรายการต่างๆผ่านทีวี พ่อรับชมรายการย้อนหลังผ่านแท็บเล็ต และลูกอาจฟังเพลงออนไลน์(Streaming) ผ่านแพลตฟอร์ม Spotify ควบคู่แลกเปลี่ยนบทสนากับแฟนมังงะผ่าน Webtoon เป็นต้น
ทั้งนี้ เวลา 24 ชั่วโมง นอกจากการทำงาน นอน ผู้บริโภคเทเวลาให้กับโลกอินเตอร์เน็ตเฉลี่ย 6 ชั่วโมง(ชม.) 43 นาที เจาะลึกลงไปใช้เวลาเพื่อดูคอนเทนท์ทางทีวีและสตรีมมิ่งแพลตฟอร์ม 3 ชม. 18 นาที โดยเนื้อหายังเป็นรายการที่มาจากทีวี ใช้เสพโซเชียลมีเดีย 2 ชม. 24 นาที จากปัจจุบันมีแพลตฟอร์มใหม่ๆเกิดขึ้นต่อเนื่อง ฟังเพลง 1 ชม. 26 นาที ซึ่งการฟังเพลงออนไลน์เติบโตเร็วมากทั้งในไทยและทั่วโลก เพราะเพลงไม่ได้เกิดแค่ในมือถือ แต่อุปกรณ์ที่ติดตั้งในรถยนต์ ตลอดจนลำโพงอัจฉริยะต่างๆ ช่วยทำให้ตลาดโต
การเล่นเกม ตลอดจนการรับชมคนเล่นเกมต่างๆ 1 ชม. 10 นาที ที่สำคัญเวลามากกว่าครึ่งหนึ่งที่ท่องอินเตอร์เน็ตล้วนผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ โดยแนวโน้มจะขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ จากปัจจุบันมือถือของผู้บริโภคมีมากกว่า 80 แอพฯ และใช้งานเฉลี่ย 30 แอพฯ ต่อเดือน
“อนาคตการที่ผู้บริโภคจะสร้างจักรวาลของตัวเอง เพื่อเสพสิ่งที่ตรงใจ จะมีชุมชนที่ชอบเรื่องเดียวกัน” ดังนั้น นักการตลาดนอกจากหากกลุ่มเป้าหมายให้เจอ ในการออกแบบ ทำแคมเปญการตลาดจากมุ่งเข้าถึงผู้บริโภคนับล้าน ยุคนี้จะต้องสื่อสารการตลาดจากนับล้านเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคแต่ละคน(Individual) และสอดคล้องกับแต่ละแพลตฟอร์มด้วย
“พฤติกรรมการใช้สื่อออนไลน์ของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดยเฉพาะเมื่อมีแพลตฟอร์มใหม่ๆเกิดขึ้นทุกสัปดาห์ ทำให้มีเดียเอเยนซีและแบรนด์ไม่สามารถพึ่งพาแพลตฟอร์มเดิม และใช้กลยุทธ์เดิมๆเพื่อสื่อสารการตลาดกับผู้บริโภค ที่ปัจจุบันพลิกจาก Mass สู่ Me”
สำหรับมีเดียโดนัทส์ เป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีการโฆษณา(AdTech) มีพันธมิตรที่เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ และผู้ให้บริการพื้นที่โฆษณาออนไลน์ต่างๆ เช่น Twitter Tinder Spotify TikTok ในหลายประเทศทั่วโลก โดยไทยเป็นตัวแทนรายเดียว(Exclusive)กับ Twitter Tinder Spotify Webtoon Activision Blizzard ส่วน TikTok เป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการ
ปัญชรี สิทธิเสนี ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย มีเดียโดนัทส์ กล่าวว่า ปัจจุบันแบรนด์สินค้าและบริการต่างๆระดับโลก และรายใหญ่ๆ ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ที่เป็นพันธมิตรกับบริษัทในการสื่อสารการตลาดกับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแต่ละแพลตฟอร์มมีวัตถุประสงค์แตกต่างกันไป เช่น ทวิตเตอร์ใช้เพื่อสร้างกระแส สปอทิฟาย เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ ติ๊กต๊อก ใช้เพื่อสร้างความผูกพันธ์กับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย เป็นต้น
ปัญชรี สิทธิเสนี
ปีนี้ แพลตฟอร์มที่จะมาแรงในการสื่อสารการตลาด มองว่าเป็นแพลตฟอร์มนอกกระแส แต่สร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้าง (Impact) เช่น ติ๊กต๊อก บริษัทยังมีแผนจะผนึกแพลตฟอร์มใหม่เพื่อสร้างการเติบโตด้วย ขณะที่ลูกค้าแบรนด์ต่างๆหันมาทำตลาดบนแต่ละแพลตฟอร์มมีความน่าสนใจ เช่น กลุ่มสินค้าความงามใช้อินฟลูเอนเซอร์ เน็ตไอดอล ผู้นำทางความคิด (KOL) สื่อสารการตลาดผ่านทวิตเตอร์ สินค้าอุปโภคบริโภคบางหมวดใช้ทินเดอร์ เจาะกลุ่มเป้าหมาย เป็นต้น
แนวทางการขยายธุรกิจมีเดียโดนัทส์ ยังให้ความสำคัญในการดึงผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ทำตลาดบนสื่อออนไลน์ของพันธมิตรมากขึ้น โดยบริษัทมีความเชี่ยวชาญในการวางแผนการใช้สื่อ มีบริการแพ็คเกจช่วยให้เอเยนซีและแบรนด์เลือกทำโฆษณาบนแพลตฟอร์มที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย





