วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน 2569

Login
Login

คลังเล็งเดินสายโรดโชว์ดึงนักลงทุนต่างชาติ

คลังเล็งเดินสายโรดโชว์ดึงนักลงทุนต่างชาติ

"อุุตตม" เผย มีแผนเดินสายออกโรดโชว์ดึงนักลงทุนต่างชาติทั้งยุโรปและเอเชีย หลังผู้บริหารกว่า 30 กองทุนขนาดใหญ่ทั่วโลกแสดงความสนใจ ย้ำปีนี้จะเป็นปีแห่งการลงทุนของไทย

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ในปีนี้ กระทรวงการคลังจะเดินสายโรดโชว์ดึงนักลงทุนต่างชาติให้เข้าลงทุนในไทยให้มากขึ้น โดยจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สภาธุรกิจตลาดทุนไทย และ สภาอุตสาหกรรม เข้าร่วมให้ข้อมูลทางเศรษฐกิจแก่นักลงทุน โดยจะโรดโชว์ยังประเทศที่มีนักลงทุนระยะยาว อาทิ ออสเตรเลีย อังกฤษ สิงคโปร์ และ ญี่ปุ่น เป็นต้น

ทั้งนี้ เขากล่่าวภายหลังเข้าร่วมการพบปะหารือกับผู้บริหารระดับสูงจากนักลงทุนสถาบันภาคเอกชนของฮ่องกง ซึ่งกระทรวงการคลังจัดร่วมกับก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์ และสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO)ที่ฮ่องกงวันนี้ (14 ม.ค.)โดยมีนักลงทุนเข้าหารือกว่า 35 กองทุน รวมมูลค่าถึง 20.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 1.5 เท่าของจีดีพีสหรัฐ เพื่อนำเสนอทิศทางและนโยบายเศรษฐกิจ พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทย

เขากล่าวต่อนักลงทุนว่า ได้เน้นย้ำว่า รัฐบาลมีนโยบายให้ปี 2563 นี้เป็นปีแห่งการลงทุนของไทย รวมทั้ง ได้ชี้แจงถึงความสำคัญของการปฏิรูปเศรษฐกิจไทยเพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่แข็งแกร่งและยั่งยืน โดยไทยได้มีการเร่งรัดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทั้งในรูปแบบกายภาพและดิจิทัลซึ่งได้เริ่มดำเนินการไปแล้ว โดยเฉพาะการลงทุนในโครงการเขตพัฒนาพิเศษระเบียงตะวันออกที่จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของไทย และการวางระบบ National e-Payment เพื่อพัฒนาระบบการชำระเงินของไทยให้เข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างครบวงจร การลดความเหลื่อมล้ำ และการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการพัฒนาธุรกิจ Start up และ Fintech

นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำว่า ไทยมีสภาวะด้านการคลังและการเงินที่แข็งแกร่งและพร้อมที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจไทยโดยเฉพาะด้านการบริโภคและการลงทุนในประเทศในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกมีความผันผวน

ทั้งนี้ นักลงทุนส่วนใหญ่จะสอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันและมีแนวทางบริหารอย่างไร ซึ่งเราได้ชี้แจงและบอกว่า ด้วยเสถียรภาพการเงินและการคลังที่แข็งแกร่งของไทยจะทำให้เราสามารถออกมาตรการดูแลเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนค่าเงินก็เป็นอีกเรื่องที่นักลงทุน​สนใจสอบถาม เราชี้แจงว่า เราพร้อมออกมาตรการที่เหมาะสมมาดูแลหากเงินบาทแข็งเกินกว่าพื้นฐานเศรษฐกิจของประเทศ

นอกจากนี้ นักลงทุนยังให้ความสนใจสอบถามเกี่ยวกับงบประมาณรายจ่ายปี 2563 ที่ล่าช้า ซึ่งเราชี้แจงว่า เป็นเพราะการเลื​อกตั้งในช่วงที่ผ่านมา ที่ทำให้เกิดความล่าช้า แต่ขณะนี้ กฎหมายผ่านและเราจะเร่งรัดการเบิกจ่ายให้เร็วยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังสอบถามถึงผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีต่อเอสเอ็มอีไทยด้วย ซึ่งเราชี้แจงว่า เราได้ออกมาตรการไปดูแลและจะมีมาตรการดูแลต่อเนื่อง

ทั้งนี้ นักลงทุนสถาบันที่ร่วมงานครั้งนี้ได้แสดงความสนใจในเศรษฐกิจไทยและตลาดทุนไทยเป็นอย่างมาก และมีความเชื่อมั่นในพื้นฐานเศรษฐกิจไทยที่แข่งแกร่ง และนโยบายส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐต่างๆ ที่จะเอื้อต่อการลงทุนในระยะยาวต่อไป

"นักลงทุนเหล่านี้​ ถือเป็นนักลงทุนคุณภาพที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการเงินลงทุนระยะยาว"

นายภากร​ ปีตธวัชชัย ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย​์กล่าวว่า​ ค่าเงินบาทที่แข็งค่า​มาจากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด เพราะที่ผ่านมา ยอดเงินลงทุนสุทธิของนักลงทุนต่างชาติในปี 2562 พบว่า เงินออกมากกว่าเงินเข้าในทุกตลาด​ ดังนั้น ค่าบาทแข็งค่าไม่ใช่จากการเก็งกำไรแต่การแข็งค่ามาจากกรณีดังกล่าว