วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

หุ้น THAI ปีกหัก ราคาไถลแตะ 6.30 บาท ทำนิวโลว์รอบ 29 ปี

หุ้น THAI ปีกหัก ราคาไถลแตะ 6.30 บาท ทำนิวโลว์รอบ 29 ปี

หุ้น “บินไทย” ปีกหัก ราคาไถลลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 6.30 บาท ขณะ ยอดขายชอร์ตตั้งแต่ต้นปีพุ่งเฉียด 10% “นักวิเคราะห์” เตือนระวังลงทุน เหตุปัจจัยลบรุมเร้า ทั้งราคาน้ำมันที่สูงขึ้น กดดันต้นทุนเพิ่ม เสี่ยงต้องเพิ่มทุนรอบใหม่

ราคาหุ้น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI วานนี้(8ม.ค.) ปิดตลาดลดลง 3.76% มาอยู่ที่ 6.40 บาท หรือลดลง 0.25 บาท ระหว่างวันทำสุดต่ำสุดที่ 6.30 บาท ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ THAI เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี 2534 โดยหุ้น THAI มีแนวโน้มเป็น “ขาลง” ตั้งแต่ปลายปี 2559 ซึ่งขณะนั้นราคาอยู่ที่ราว 32 บาท หรือลดลงมาแล้วกว่า 80%

หุ้น THAI ที่ลดลงต่อเนื่อง เป็นไปตามผลประกอบการที่อ่อนแอ โดยบริษัทขาดทุนถึง 1.2 – 1.5 หมื่นล้านบาท ในระหว่างปี 2556 – 2558 ก่อนจะพลิกมีกำไรสุทธิ 15.14 ล้านบาท ในปี 2559 แต่ก็กลับมาขาดทุนต่อเนื่องอีก 2.1 พันล้านบาท และ 1.16 หมื่นล้านบาท ในปี 2560 – 2561 ตามลำดับ 

ส่วนผลประกอบการ 9 เดือนที่ผ่านมาของปี 2562 บริษัทรายงานขาดทุนสุทธิออกมาแล้ว 1.11 หมื่นล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 4.08 พันล้านบาท

สำหรับในปีนี้ พบว่าตั้งแต่ต้นปี 2563 มา มียอดขาย “ชอร์ต” ในสัดส่วนที่สูงต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยที่ 9.23% ของมูลค่าการซื้อขายรวม เทียบกับปี 2562 ซึ่งมีสัดส่วนการขายชอร์ตเฉลี่ยที่ 7.36% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ประเมินว่า การทำธุรกรรมขายชอร์ตหุ้นการบินไทยในช่วงที่ผ่านมาน่าจะเกิดจากนักลงทุนบางส่วนมองเห็นโอกาสที่ราคาหุ้นจะปรับตัวลดลงจากทิศทางธุรกิจที่ยังมีแนวโน้มเชิงลบ จึงทำให้มีการทำธุรกรรมขายชอร์ตกันค่อนข้างมาก ขณะที่ในส่วนของพื้นฐานของธุรกิจมองว่ายังมีแรงกดดันจากปัญหาความไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น โดยน้ำมันถือเป็นต้นทุนหลักของธุรกิจสายการบินต่างๆรวมถึงการบินไทยด้วย

ทั้งนี้จากข้อมูลในช่วง 9 เดือนปี 2562 พบว่าการบินไทยมีค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเครื่องบินคิดเป็น 27-28% ของต้นทุนรวมทั้งหมด ซึ่งการที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกดีดตัวขึ้นเร็ว จึงส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานให้สูงตามไปด้วย สวนทางกับการแข่งขันของธุรกิจสายการบินที่ยังคงรุนแรงทั้งการแข่งขันกับสายการบินต้นทุนต่ำและสายการบินในต่างประเทศที่อาจส่งผลให้อัตรากำไรยังไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นตัวได้ง่ายๆ

ขณะเดียวกันประเมินว่าผลการดำเนินงานในปี 2563 การบินไทยจะขาดทุนต่อเนื่องราว 5,000 ล้านบาท หลังจากผลประกอบการ 9 เดือนของปี 2562 ที่ผ่านมาขาดทุนแล้วกว่า 1.11 หมื่นล้านบาท และยังมีโอกาสที่ปีนี้จะขาดทุนมากกว่าที่คาดการณ์ไว้หากราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันอย่างต่อเนื่องและผู้โดยสารไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

นอกจากนี้คาดว่าหากการบินไทยยังมีผลประกอบการขาดทุนอย่างหนักต่อเนื่องก็มีโอกาสที่ต้องดำเนินการเพิ่มทุน หลังจากในช่วงไตรมาส 3 ปี 2562 บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นเหลืออยู่แค่ระดับ 12,000 ล้านบาท ซึ่งหากผลประกอบการงวดไตรมาส 4 ปี 2562 ยังคงติดลบและขาดทุนต่อเนื่องมาถึงปีนี้ก็มีความเสี่ยงที่จะต้องเพิ่มทุนภายในปีนี้หรือต้นปีหน้า

นายสุวัฒน์ วัฒนพรพรหม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ราคาหุ้นการบินไทยที่ปรับตัวลดลงน่าจะเกิดจากผลกระทบจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นและส่งผลให้ต้นทุนสายการบินเพิ่มขึ้นตามไปด้วย คาดว่ามีโอกาสที่ผลประกอบการของบริษัทปีนี้จะขาดทุนมากกว่าที่คาดไว้ราว 6,000 ล้านบาท หากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกสูงกว่าสมมุติฐานที่ให้ไว้ 65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยฝ่ายวิจัยยังคงแนะนำ “ขาย” เนื่องจากยังมีความเสี่ยงค่อนข้างมาก

157849208357