วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Economic (30 ธ.ค.62)

เงินบาทปี 2563 มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น เคลื่อนไหวในช่วง 29.50-31.00

Event

ในปี 2562 การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดเกินในระดับสูงและเงินทุนไหลเข้า ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเทียบกับค่าเงินดอลลาร์ฯ ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น 6.1% เทียบกับค่าเงินดอลลาร์ฯ และแข็งค่าขึ้นมากสุดในภูมิภาค โดยเริ่มต้นที่ 32.00 ในเดือนมกราคมและแข็งค่าขึ้นมาที่ 31.15 ในปลายเดือนธันวาคมแต่เป็น
การเคลื่อนไหวในกรอกแคบเทียบกับหลายปีที่ผ่านมา และเฉลี่ยที่ 31.04 ปัจจัยที่ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นคือ

i) ไทยเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับสูง เนื่องจากราคาน้ำมันดิบอยู่ในระดับต่ำ มูลค่านำเข้าสินค้าประเภททุนลดลง และ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มสูงขึ้น

ii) เงินทุนต่างชาติเข้าลงทุนในตลาดพันธบัตรรัฐบาลไทย โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปี 2562 ทำให้ยอดคงค้างการถือครองพันธบัตรรัฐบาลไทยของนักลงทุนต่างชาติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1 ล้านล้านบาท จากที่อัตราผลตอบแทนปรับตัวลดลงต่อเนื่อง และสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือรายใหญ่ 3 แห่งปรับเพิ่มแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของไทยเป็น ''Positive'' เนื่องจากไทยมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ฐานะการคลังและสถาบันการเงินมีความมั่นคงสูง และราคาพันธบัตรมีแนวโน้มสูงขึ้น ทำให้พันธบัตรรัฐบาลไทยเป็นแหล่งลงทุนที่ปลอดภัยของนักลงทุนต่างชาติ

iii) ราคาทองคำตลาดโลกสูงขึ้นต่อเนื่อง

มีการให้ความเห็นว่าการที่ค่าเงิบาทแข็งค่าขึ้นเนื่องมาจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ แต่หลังจากที่ กนง. ลดอัตราดอกเบี้ยลงมาต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.25% เมื่อการประชุมวันที่ 6 พฤศจิกายน และ ต่ำกว่าดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ แต่ค่าเงินบาทยังแข็งค่ามาซื้อขายที่ 30.15 และอัตราการขยายตัว GDP ไทยชะลบตัวลงแต่ไม่มี่ผลให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเทียบกับค่าเงินดอลลาร์ฯ และการลดดอกเบี้ยลงรวม 0.5% ไม่สามารถทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงได้ การปรับกฎเกณฑ์ให้ผู้ส่งออกและผู้ค้าทองคำไม่จำเป็นต้องแปลงกลับมาเป็นค่าเงินบาทเป็นวิธีการที่ดีแต่ยังไม่สามารถหยุดให้ค่าเงินบาทไม่แข็งค่าขึ้นได้

ค่าเงินบาทที่เคยเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันกับค่าเงินหยวน แต่กลับเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกันในปี 2562

ค่าเงินบาทยังแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องในปี 2563

ในปี 2563 เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเทียบกับค่าเงินดอลลาร์ฯ แต่จะเคลื่อนไหวในกรอบที่แคบลงเทียบกับปี 2562 คาดว่าจะแกว่งค่าในช่วง 29.50-31.00 เฉลี่ยที่ 30.30 ปัจจัยที่ส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่เหมือนกับปี 2562 แต่ความแตกต่างของระดับดอกเบี้ยนโยบายจะไม่เป็นประเด็นเหมือนปี 2562 เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยต่ำกว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ

การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับสูง โอกาสสูงที่ไทยจะได้รับการปรับอันดับความน่าเชื่อถือเพิ่มสูงขึ้นมาอยู่ที่ ''A-'' หรือเทียบเท่าทำให้พันธบัตรรัฐบาลไทยเป็นที่น่าสนใจต้องการจัดสรรเงินลงทุนของ Sovereign Fund ขณะที่ทางด้าน Asset Swap อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่มีอายุคงเหลือยาวยังสูงกว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเทศอื่นในภูมิภาค บวกกับ Price pattern ของราคาทองคำยังมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น