วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ไออาร์พีซี' หนุนอุตฯ เป้าหมาย ลุยผลิตพลาสติกเกรดพิเศษ

“ไออาร์พีซี”หนุนอุตสาหกรรมเป้าหมายในอีอีซี ลุยผลิตพลาสติกเกรดพิเศษ วิจัยพร้อมลูกค้า ผลิตสินค้าตรงตามความต้องการ

“ไออาร์พีซี” ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมปิโตรเคมีครบวงจรแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปักหลักใช้ระยองเป็นฐานการผลิต ซึ่งถึงจุดเปลี่ยนสำคัญที่ต้องปรับการผลิตมาสู่เม็ดพลาสติกเกรดพิเศษที่จะช่วยตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)

นพดล ปิ่นสุภา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โครงการลงทุนในอีอีซีของไออาร์พีซีจะเป็นการลงทุนโรงกลั่นน้ำมันเกรดยูโร 5 ใช้เงินลงทุน 7-8 พันล้านบาท อยู่ระหว่างทำรายงานการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างปลายปี 2563 และจะเสร็จปี 2566 ซึ่งจะทันตามที่รัฐบาลกำหนดในปี 2567

ส่วนการลงทุนธุรกิจปิโตรเคมี จะเป็นการลงทุนโครงการผลิตพาราไซลีน ซึ่งเป็นวัตถุดิบตั้งต้นในการผลิตโพลีเอสเตอร์ ที่ใช้ผลิตเครื่องนุ่งห่ม ขวดน้ำดื่น และบรรจุภัณฑ์ที่เติบโตสูงตามการเพิ่มขึ้นของประชากรในภูมิภาคนี้ รวมทั้งเป็นวัตถุดิบเพื่อตอบสนองโรงงานที่จะเข้ามาลงทุนในอีอีซี โดยโครงการนี้จะใช้เงินลงทุน 4 หมื่นล้านบาท มีกำลังการผลิตพาราไซลีน 1.3 ล้านตันต่อปี และผลิตเบนซีน 5 แสนตันต่อปี

นอกจากนี้ ไออาร์พีซีลงทุนในการวิจัยพัฒนาผลิตสินค้าใหม่หรือเม็ดพลาสติกเกรดพิเศษที่มีมูลค่าสูง ซึ่งสัดส่วนรายได้จากสินค้ากลุ่มนี้เพิ่มขึ้นทุกปี และปีที่ผ่านมามีรายได้จากสินค้าเม็ดพลาสติกเกรดพื้นฐาน 50% และสินค้าเกรดพิเศษเพิ่มเป็น 50% ในปี 2562 ตั้งเป้าจะเพิ่มเม็ดพลาสติกเกรดพิเศษ 55% อีก 45% เป็นเม็ดพลาสติกพื้นฐาน 

ส่วนปี 2563 จะเพิ่มสัดส่วนเม็ดพลาสติกเกรดพิเศษเป็น 60% และลดสัดส่วนการผลิตเม็ดพลาสติกเกรดพื้นฐานเหลือ 40% ซึ่งผลที่ได้จะทำให้ไออาร์พีซีมีรายได้เพิ่มขึ้น และลดผลกระทบจากราคาตลาดโลกที่ผันผวน โดยในอนาคตมีแผนที่จะเปิดศูนย์วิจัยพัฒนา จ.ระยอง ซึ่งจะเป็นพื้นที่ให้ลูกค้าเข้ามาพูดคุยกับนักวิจัยเพื่อพัฒนาสินค้าร่วมกัน

“เม็ดพลาสติกเกรดพิเศษกำไรดี ยั่งยืนและราคาไม่แกว่ง โดยไออาร์พีซีร่วมพัฒนาร่วมกับลูกค้าจะทำให้ตรงตามความต้องการผู้ซื้อ และเกิดการซื้อขายกันในระยะยาว และไออาร์พีซีเปลี่ยนวิธีการทำงาน โดยตั้งทีมพิเศษเพื่อดูแลผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่ม ประสานความร่วมมือกับลูกค้าในการวิจัยพัฒนา ทำให้ผลิตสินค้าได้ตรงตามความต้องการลูกค้าเร็วขึ้น”

สำหรับการวิจัยพัฒนาเม็ดพลาสติกเกรดพิเศษใหม่จะเน้นการผลิตเพื่อตอบสนองอุตสาหกรรมเป้าหมายในอีอีซี โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งต้องการชิ้นส่วนวัสดุน้ำหนักเบาและแข็งแรงยืดหยุ่นใกล้เคียงกับเหล็ก โดยที่ผ่านมาได้ร่วมมือกับ FOMM ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าญี่ปุ่นที่มาตั้งฐานการผลิตในไทย โดยได้ผลิตตัวถังรถยนต์ไฟฟ้าไปแล้ว 600 คัน ซึ่ง 90% ของรถยนต์ไฟฟ้าของ FOMM จะเป็นเม็ดพลาสติกของไออาร์พีซี ซึ่งทำให้ในอนาคตบริษัทฯจะเข้าสู่การผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้าได้มากขึ้น

เม็ดพลาสติกเกรดพิเศษจะตอบสนองต่อความต้องการในอุตสาหกรรมสมัยใหม่ เช่น หุ่นยนต์ ที่ต้องการพลาสติกคุณภาพสูงที่มีความเข็งแรงทนทาน ไม่เป็นสนิม มีน้ำหนักเบา และมีแรงเสียดทานน้อยเพื่อผลิตเป็นฟันเฟืองในหุ่นยนต์และเครื่องจักรอัตโนมัติ 

รวมทั้งใช้ในอุตสาหกรรมอุปกรณ์การแพทย์ทั้งที่เป็นอุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ภายนอกร่างกาย และใช้ภายในร่างกาย เช่น ข้อต่อกระดูกสะโพก เพราะชิ้นส่วนเหล่านี้ไม่เป็นสนิม ทนการกัดกร่อนในร่างกาย และไม่เกิดผลกระทบในระยะยาว ตลอดจนนำไปใช้ในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เช่น การผลิตเสื้อเกราะ เชือกปีนเขา ที่เหนียวแข็งแรงและเบา และนำไปใช้ในโครงการพลังงานทดแทนผลิตโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ โดยจะใช้พลาสติกเกรดพิเศษผลิตทุ่นลอยน้ำทนการกัดกร่อนและแสงยูวี

1577194776100

ไออาร์พีซี มีส่วนร่วมในการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมในอีอีซี โดยได้จัดทำพื้นที่รองรับการลงทุนอุตสาหกรรมไว้ 2 แห่ง สามารถรองรับการลงทุนได้เกือบ 4 พันไร่ ได้แก่ 

1.บริเวณเขตประกอบการนิคมอุตสาหกรรมไออาร์พีซี จ.ระยอง มีพื้นที่รวม 6 พันไร่ ใช้ไปแล้ว 4 พันไร่ ซึ่งเป็นโรงงานของไออาร์พีซีและเอกชนรายอื่น โดยในปัจจุบันมีที่ดินเหลือเพื่อที่จะจำหน่วยให้กับนักลงทุนเกือบ 2 พันไร่ ซึ่งได้วางระบบสาธารณูปโภคไว้แล้ว

รวมทั้งระบบบำบัดน้ำเสีย และระบบไอน้ำ โรงงานต่างๆสามารถย้ายเข้ามาตั้งได้ทันที โดยเฉพาะโรงงานที่เกี่ยวข้องกับปิโตรเคมี อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง โดยที่ผ่านมามีโรงงานจากประเทศญี่ปุ่น และไทยเข้ามาตั้งหลายรายแล้ว

2.นิคมอุตสาหกรรมไออาร์พีซี อ.บ้านค่าย จ.ระยอง มีพื้นที่ 2,152 ไร่ ในปี 2563 จะเร่งดำเนินการจัดทำ อีไอเอ และจะเปิดขายได้ในช่วงต้นปี 2564 โดยนิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้เป็นความร่วมลงทุนระหว่างไออาร์พีซี และดับบลิวเอชเอ ขณะนี้ได้รับการรับรองเป็นเขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ ประเภทเมืองใหม่อัจฉริยะจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อรองรับอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง พร้อมเปิดให้บริการในช่วงต้นปี 2564

นอกจากนี้ นิคมอุตสาหกรรมทั้ง 2 แห่ง ยังอยู่ใกล้กับท่าเรือน้ำลึกของไออาร์พีซี ที่รองรับการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ โดยในขณะนี้ท่าเรือใช้ศักยภาพการขนถ่ายสินค้าเพียง 30% ยังเหลือที่ให้บริการสำหรับลูกค้ารายอื่นอีกมาก รวมทั้งยังมีโรงไฟฟ้าภายในโครงการ และมีแหล่งเก็บน้ำสำรองถึง 5 บ่อ ทำให้มีความมั่นคงทางไฟฟ้าสูง และน้ำสูงมาก

ไออาร์พีซี ยังได้ลงทุนในด้านการสร้างบุคลากรเพื่อรองรับการขยายตัวของอีอีซี ซึ่งมุ่งเน้นใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยตั้งวิทยาลัยเทคโนโลยีไออาร์พีซี เปิดสอนหลักสูตรที่เปิดสอนในระดับ ปวส. ได้แก่ สาขาวิชาปิโตรเคมี, สาขาเทคนิคพลังงาน สาขาเคมีอุตสาหกรรม และสาขาแมคคาทรอนิกส์ และหุ่นยนต์ขณะนี้มีนักศึกษา 2 พันคน ในจำนวนนี้ 100 คน จะมาจากกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี มีนักศึกษาจบออกมาปีละ 400-500 คน 

ทั้งนี้วิทยาลัยแห่งนี้ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ว่าได้มาตรฐานของอีอีซี รวมทั้งยังได้ร่วมกับภาคเอกชนในพื้นที่ออกแบบหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมยุคใหม่

157720472873