background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

‘ลิสซิ่ง’รับอานิสงส์ดอกเบี้ยขาลง ‘เมืองไทย แคปปิตอล’ จ่อระดม 1.5 หมื่นล้าน ลดต้นทุนการเงิน

‘ลิสซิ่ง’รับอานิสงส์ดอกเบี้ยขาลง ‘เมืองไทย แคปปิตอล’ จ่อระดม 1.5 หมื่นล้าน ลดต้นทุนการเงิน

หุ้นลิสซิ่ง รับอานิสงส์ กนง. หั่นดอกเบี้ยลง คาดช่วยหนุนต้นทุนการเงินลดลง “เมืองไทย แคปปิตอล” จ่อระดมทุนปีหน้ากว่า 1.5 หมื่นล้านบาท คาดช่วยลดภาระดอกเบี้ยใหม่ลง 0.5%

นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC เปิดเผยว่าคาดว่าบริษัทจะได้รับอานิสงส์จากการที่คณะกรรมการกำกับนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ในรอบล่าสุดที่ผ่านมา เพราะจะช่วยให้ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้นและส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทปรับตัวลดลง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มทยอยเห็นผลชัดเจนตั้งแต่ต้นปี 2563 เป็นต้นไป

ทั้งนี้บริษัทมีแผนที่จะระดมทุนในปีหน้ากว่า 15,000 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในปล่อยสินเชื่อใหม่สัดส่วน 50% และที่เหลืออีกราว 50% สำหรับการใช้ชำระคืนหนี้เก่า ซึ่งบริษัทคาดว่าดอกเบี้ยที่ปรับตัวลดลงจะช่วยลดต้นทุนดอกเบี้ยใหม่ลงได้ประมาณ 0.5% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยใหม่ที่จะทยอยออกในปีหน้าน่าจะอยู่ที่ระดับ 3.3-3.5% ลดลงจากมูลหนี้เดิมที่มีภาระดอกเบี้ยอยู่ที่ระดับ 4.5% ต่อปี

ส่วนเป้าหมายผลการดำเนินงานในปีนี้ บริษัทคาดว่ารายได้และกำไรสุทธิจะเติบโตต่อเนื่องตามเป้าหมายยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ปีนี้ที่คาดจะเติบโต 30% จากปีก่อน โดยคาดว่าภายในช่วงสิ้นปีนี้จะมีมูลค่าสินเชื่อคงค้างขึ้นไปแตะ 6 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันที่มีมูลค่าราว 58,000 ล้านบาท ส่วนแผนธุรกิจในปี 2563 บริษัทตั้งเป้ายอดปล่อยสินเชื่อใหม่จะเติบโตประมาณ 25-30% จากปีนี้หรือมีมูลค่าสินเชื่อคงค้างเพิ่มขึ้นไปแตะระดับ 7.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายฐานลูกค้าและขยายสาขาใหม่เพิ่มเติมอีกจำนวน 600 สาขา เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้ามากขึ้น

นอกจากนี้บริษัทจะรักษาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ในระดับไม่เกิน 2% จากปัจจุบันอยู่ที่ 0.98% โดยบริษัทได้มีการดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด และเชื่อว่าสถานการณ์ภัยแล้งจะไม่กระทบกับลูกค้า ซึ่งลูกค้าหลักของบริษัทส่วนใหญ่กว่า 60% ประกอบอาชีพทางการเกษตร

“เชื่อว่าแนวโน้มรายได้และกำไรจะทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างแน่นอนตามทิศทางของยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ที่ตั้งเป้าไว้จะเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ในส่วนของงบลงทุนในการเปิดสาขาใหม่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 300 ล้านบาท ซึ่งจะสนับสนุนให้สาขาของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 4,500 สาขาภายในสิ้นปี 63 จากสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีสาขาราว 4,000-4,100 สาขา”

นายชูชาติ กล่าวต่อว่าขณะที่ปีหน้าบริษัทคาดว่ามีโอกาสที่จะมีการดึงเงินจากการตั้งสำรองฯกลับมาเป็นกำไรในงบการเงิน เนื่องจากมาตรฐานบัญชีใหม่ที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ต้นปี 2563 ทำให้ปัจจุบันบริษัทมีการตั้งสำรองฯสูงกว่า 300% หรือมูลค่าปรมาณ 1,500 ล้านบาท จากหนี้เสียทั้งหมดที่มีอยู่เพียง 1,000 ล้านบาท ซึ่งมองว่าเกินกว่าระดับที่เหมาะสมที่ระดับ 200%

 บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ AMANAH แจ้งผลประกอบการไตรมาส 3/2562 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 68.79 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 76% จากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 38.98 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลให้บริษัทมีผลดําเนินงานกําไรเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากสัญญาเช่าซื้อที่สร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อตามแผนธุรกิจใหม่ที่มากขึ้น และรายได้ที่มาจากการติดตามลูกหนี้ที่มีคําพิพากษาแล้ว ซึ่งบริษัทสามารถติดตามหนี้จากกลุ่มดังกล่าวไกด้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 50% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อน