ประมาณการ 3Q62: ผลประกอบการจะทรงตัว YoY แต่ลดลง QoQ
Event
เราคาดว่าผลประกอบการกลุ่มโรงไฟฟ้ าใน 3Q62 จะไม่น่าสนใจ โดยกำไรจากธุรกิจหลักจะทรงตัว YoY แต่ลดลง QoQ โดยมีเพียงแค่ BGRIM (BGRIM.BK/BGRIM TB)* เท่านั้นที่กำไรจากธุรกิจหลักน่าจะเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งทั้ง YoY และ QoQ โดยกำไรที่เพิ่มขึ้น YoY จะมาจาก i) กำลังการผลิตใหม่ และ ii) ต้นทุนก๊าซของโครงการ SPP ลดลง ในขณะเดียวกันกำไรที่ลดลง QoQ จะมาจาก i) ปัจจัยฤดูกาลของ IPP ii) มีการปิดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้ าตามแผน
lmpact
กำไรจากธุรกิจหลักของกลุ่มจะทรงตัว YoY แต่ลดลง QoQ
เราคาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักใน 3Q62 จะอยู่ที่ 9.0 พันล้านบาท (-2.0% YoY , -13.1% QoQ) ถึงแม้ว่าจะมีกำลังการผลิตใหม่เพิ่มขึ้นมาในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมแบบ SPP แต่ค่าความพร้อมจ่าย (Availability payment หรือ AP) ที่ลดลงของโรงไฟฟ้า IPPs บางโครงการ และ margin ของก๊าซที่แคบลงเพราะต้นทุนก๊าซ (+1.0% YoY, -2.2% QoQ) ก็แทบจะหักล้างผลบวกจากกำลังการผลิตใหม่ไปหมด ส่งผลให้กำไรจากธุรกิจหลักทรงตัว YoY ในขณะเดียวกัน เรา
คาดว่ากำไรจะลดลง QoQ เนื่องจาก i) weighting factor ของ IPP ลดลงหลังผ่านช่วง peak ตามฤดูกาลของอุปสงค์การใช้ไฟฟ้าในประเทศไปแล้ว และ ii) มีการปิดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า IPPs และ SPPs ตามแผน
ตลาดต่างประเทศยังคงเป็นปัจจัยกระตุ้นหลัก
เนื่องจากโอกาสการลงทุนใหม่ ๆ ในประเทศในระยะสั้นจะมาจากโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน (พลังงานหมุนเวียนขนาด 2-3MW) ซึ่งเล็กมาก ๆ เมื่อเทียบกับกำลังการผลิตในปัจจุบันของกิจการโรงไฟฟ้าแบบ conventional ดังนั้น โอกาสการลงทุนในต่างประเทศจึงยังคงเป็น sucess factor ที่สำคัญของกลุ่มโรงไฟฟ้า เรายังคงชอบหุ้นโรงไฟฟ้าแบบ conventional มากกว่าพลังงานหมุนเวียน เนื่องจากการดำเนินงานมีเสถียรภาพมากกวา่, มีศักยภาพทางการเงินที่จะลงทุนในอนาคตสูงกว่า, และถูกกระทบจากปัญหาโลกร้อนน้อยกว่า
คาดว่าอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลไทย (อายุ 10 ปี ) จะเพิ่มขึ้น
เราเชื่อว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคาหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าวิ่งขึ้นมาแรงก็คือ i) การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและการปรับลดประมาณการ EPS ปี 2562 ของหุ้นใน SET ซึ่งกระตุ้นอุปสงค์ของหุ้นกลุ่มที่ฟื้นตัวได้ดี ii) อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวของทั้งสหรัฐ และ ไทย (10 ปี) อยู่ในขาลง เราเชื่อว่าราคาหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าแบบ conventional วิ่งแรงกว่ากลุ่มพลังงานหมุนเวียน เพราะถูกกระทบจากปัจจัยภายนอก อย่างเช่น สภาพลมฟ้าอากาศ ฯลฯ น้อยกว่า นักเศรษฐศาสตร์ของเราคาดว่าอัตราผลตอบแทน
ของพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวของไทย และสหรัฐจะขยับเพิ่มขึ้นในปี 2563 ซึ่งอาจจะทำให้ discount rate เพิ่มขึ้น และส่งผลให้ราคาหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้าลดลง
Valuation & Action
เรายังคงให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าที่ Neutral โดยเราเลือก WHAUP (WHAUP.BK/WHAUP TB)* เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มในแง่ของราคาหุ้น ในขณะที่เราเลือก BGRIM เป็นหุ้นเด่นในแง่ผลประกอบการ 3Q62 ซึ่งมีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากโครงการใหม่ (พลังงานลมในเกาหลีใต้) นอกจากนี้ เรายังปรับลดประมาณการกำไรของ CKP (CKP.BK/CKP TB)* ลงเนื่องจากคาดว่าปริมาณน้ำเข้าเขื่อน NN2 จะต่ำเกินคาด และปรับลดคำแนะนำหุ้น GULF จากถือเป็นขาย เพราะแม้ว่าจะรวมมูลค่าของทุกโครงการทั้งที่แน่นอนและมีโอกาสจะได้ในอีกสิบปีข้างหน้าแล้ว ราคาเป้าหมายใหม่ก็ยังต่ำกว่าราคาตลาดถึง 18.9%
Risk
ความล่าช้าในการจัดสรรกำลังการผลิตใหม่, การเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ของทางการ, โรงไฟฟ้าหยุดผลิตไฟฟ้า, และความล่าช้าในการก่อสร้างโครงการใหม่






