วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Electronics Sector (24 ต.ค.62)

แสงสว่างปลายอุโมงค์

Event

จากบทวิเคราะห์อุตสาหกรรม semiconductor ของ KGI Taiwan เรื่อง “Semiconductor value upside on 5G ramp-up” ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2562 ทีมวิจัยของเราที่ไต้หวันได้ปรับเพิ่มน้ำหนักหุ้นกลุ่ม semiconductor เป็น Overweight โดยคาดว่ายอดขายของอุตสาหกรรมจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการใช้งานเทคโนโลยี 5G และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ IoT ที่เพิ่มขึ้น โดยคาดว่าการใช้งาน 5G จะเร่งตัวขึ้นจากการที่ผู้ผลิต smartphone ของจีนรุกเปิดตัว smartphone ในระบบ 5G ซึ่งคาดว่าจะมียอดส่งออกถึง 280 ล้านเครื่องในปี 2563 (นำโดย Huawei และ Apple: Figure 1) โดยคาดว่าคลื่นระลอกแรกของการใช้โครงสร้างพื้นฐานระบบ 5G จะเกิดขึ้นที่จีนก่อน โดยจะมี Huawei เป็นผู้นำซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดของสถานีฐานระบบ 5G ในจีนถึง 60% ในขณะที่อุปสงค์ของ chip ก็น่าจะเพิ่มขึ้นจากการใช้งานเทคโนโลยี 5G เนื่องจากต้องใช้เทคโนโลยี enveloping-tracking ที่ซับซ้อนมากขึ้น ทีมวิจัยของเราที่ไต้หวันมีมุมมองเชิงบวกต่อบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ IC supply chain มากที่สุด ซึ่งได้แก่ ICdesign (MediaTek (2454.TW/2454 TT)), IC package/test (ASEH (3711. TW/3711 TT)), และ IC manufacturing (TSMC (2330.TW/2330 TT)) โดยคาดว่ายอดขายในอีกสามปีข้างหน้าจะโต ~10% และกำหนด PER อยู่ในช่วง 15.0X – 20.0X (Figure 2)

lmpact

ภาพของอุตสาหกรรม semiconductor ในมุมมองของทีมวิจัยของ KGI ไต้หวันเป็นบวกมากขึ้น ตามการฟื้นตัว MoM ของยอดขาย semiconductor โลก ซึ่งช่วยหนุนแนวโน้มของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดไทยให้จบวัฏจักรขาลงตามไปด้วย ทั้งนี้ SIA รายงานว่ายอดขาย semiconductor โลกเดือนสิงหาคมอยู่ที่ US$3.42 หมื่นล้าน (-15.9% YoY, +2.4% MoM) โดยการใช้เทคโนโลยี 5G และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ IoT จะช่วยหนุนโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง และส่งผลดีต่อ DELTA (~25% ของรายได้รวมจะเกี่ยวข้องกับ data center) ในขณะที่ การใช้งานส่วนประกอบ IC ที่ซับซ้อนมากขึ้น และการใช้งาน chipที่เพิ่มขึ้นจากการใช้เทคโนโลยี 5G ก็จะช่วยหนุนให้มีการ Outsource งานประกอบและทดสอบ semiconductors: OSAT (~40% ของการดำเนินงานของ HANA) ทั้งนี้ เนื่องจากบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ของไทยอยู่ปลายน้ำของห่วงโซ่อุปทาน ดังนั้น การฟื้นตัวของผลประกอบการจึงน่าจะช้าออกไป 1-2 ไตรมาส อย่างไรก็ตามเราคาดว่าราคาหุ้นน่าจะตอบสนองต่อประเด็นการฟื้นตัวก่อนหน้าประมาณ 6 เดือน

Valuation & Action

เรายังคงให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ของไทยที่ Neutral โดยเลือก Delta Electronics (Thailand) (DELTA.BK/DELTA TB)* และ Hana Microelectronics (HANA.BK/HANA TB)* เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มเราชอบ DELTA เพราะจะได้ประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยีใหม่ ในขณะที่เราชอบ HANA เนื่องจากมี upside จากผลประกอบการและการที่นักวิเคราะห์ในตลาดอาจจะ re-rate โดยอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ที่ ~4.5% ก็จะเป็นตัวช่วยค้ำราคาหุ้น เราแนะนำให้ ซื้อ DELTA และ HANA โดยให้ราคา
เป้ าหมายสิ้นปี 2563 ที่ 57.00 บาท และ 32.00 บาทตามลำดับ