วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน 2569

Login
Login

เกมเริ่ม! 'เบียร์ช้าง' เดินเครื่องผลิตเบียร์ในเมียนมา ย้ำวิชั่น 2020 ผู้นำฯอาเซียน

เกมเริ่ม! 'เบียร์ช้าง' เดินเครื่องผลิตเบียร์ในเมียนมา ย้ำวิชั่น 2020 ผู้นำฯอาเซียน

เป็นอีก Big Move ของบมจ.ไทยเบฟเวอเรจ ในการขยายธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภท “เบียร์” ภายใต้แบรนด์หัวหอกอย่าง “เบียร์ช้าง” เมื่อบริษัทในเครืออย่าง เฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ (เอฟแอนด์เอ็น) ได้เริ่มผลิต “เบียร์ช้าง” ในเมียนมาแล้ว

โดยโรงงานผลิตเบียร์ช้างตั้งอยู่ในเมืองเลกู ถือเป็นการสยายปีกธุรกิจของกลุ่มบริษัทไทยเบฟในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเสริมสร้างความแข็งแกร่งแก่บริษัทในฐานะเป็นบริษัทเครื่องดื่มชั้นนำในภูมิภาค

ย้อนรอยราว 6 ปีก่อน ไทยเบฟ ทุ่มเงินร่วม 3 แสนล้านบาท ซื้อกิจการเอฟแอนด์เอ็น ซึ่งถือเป็น Big Deal ในประวัติศาสตร์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(อาเซียน)ขณะนั้น นอกจากได้ธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ครอบคลุมตลาดสิงคโปร์ มาเลเซีย​ฯ และธุรกิจอื่นๆ ยังได้ครอบครอง “เครื่องดื่มเบียร์” ในประเทศเมียนมาด้วย เนื่องจากเอฟแอนด์เอ็น กับรัฐวิสาหกิจเมียนมาอย่างบริษัทเมียนมาร์ อีโคโนมิก โฮดิงส์ ลิมิเต็ด (MEHL)เป็นพันธมิตรและตั้งบริษัทร่วมทุนอย่างบริษัทเมียนมาร์ บริวเวอรี่ ลิมิเต็ด (MBL)กัน ทำตลาดเบียร์

ทว่า ทุกอย่างกลับไม่เป็นไปอย่างคาดหวัง เมื่อ “รัฐวิสาหกิจเมียนมา ไม่ยอมเปิดทางให้ ทุนใหม่อย่างไทยเบฟ เข้าไปบริหาร กระทั่งเกิดการฟ้องร้องอนุญาโตตุลาการ ท้ายที่สุดเพื่อ ยุติศึก” ชิงธุรกิจเบียร์ ไทยเบฟต้องยอมขายหุ้นทิ้งให้กับรัฐวิสาหกิจเมียนมา

อย่างไรก็ตาม จากการที่ไทยเบฟมีวิสัยทัศน์ 2020 ต้องการเป็น ผู้นำเครื่องดื่มครบวงจร ทำให้ขยายธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์กระจายทั่วภูมิภาคอาเซียน หนึ่งในนั้นคือเมียนมา..! ด้วยการเข้าไปลงทุนประมาณ 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่าน อีเมอรัลด์ บริวเวอรี (Emerald Brewery) เป็นผู้ผลิตเบียร์ดังกล่าว

โดย อีเมอรัลด์ บริวเวอรี บริหารโดยทีมงานที่มีประสบการณ์ด้านการตลาดมานานหลายปี และมีอาวุธสำคัญในยุคนี้คือการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่จะผลิตเบียร์ช้างคุณภาพสูงภายใต้นโยบายดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

สำหรับโรงงานดังกล่าว มีกำลังการผลิตรายปีประมาณ 5 แสนเฮกโตลิตร หรือคิดเป็น 50 ล้านลิตร และจะจัดทำเป็นแพคเก็จเพื่อจำหน่ายทั่วประเทศ 5 ขนาดด้วยกัน คือ เบียร์บรรจุขวดขนาด 320 มิลลิลิตร(มล.) ขนาด 620 มล. ขนาด 330 มล. และเบียร์บรรจุกระป๋องขนาด 500 มล. และขนาดใหญ่สุดคือ 30 ลิตร

ฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา บริษัทดำเนินการด้านต่างๆเพื่อสร้างความแข็งแกร่งแก่ธุรกิจเบียร์ของกลุ่มไทยเบฟในตลาดเบียร์ไทย เช่น ปี 2558 เปิดตัวช้างคลาสสิก ปี 2560 ลงทุนในบริษัท ไซ่ง่อน เบียร์ แอลกอฮอล์ เบฟเวอเรจ คอร์เปอเรชั่น หรือ ซาเบโก (Sabeco) ผู้ผลิตและจำหน่ายเบียร์เบอร์ 1 ในประเทศเวียดนาม ด้วยเม็ดเงิน 1.56 แสนล้านบาท ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จด้วยดี

ทั้งนี้ ทางลัดการซื้อกิจการดังกล่าว ทำให้ไทยเบฟ กลายเป็น เบอร์ 1 เบียร์ ในภูมิภาคอาเซียนด้วย

ขณะที่การผลิตเบียร์ช้างที่อีเมอรัลด์ บริวเวอรี ถือเป็นก้าวย่างต่อไปของการเดินทางของบริษัทในการดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนและมีเสถียรภาพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) กับหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจรวดเร็วที่สุดในภูมิภาคและประชากรมีรายได้ต่อหัวเพิ่มขึ้น

เมียนมา เป็นตลาดเชิงกลยุทธของเรา ด้วยปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจมหภาคที่แข็งแกร่งและแนวโน้มการบริโภคในประเทศนี้ เราเชื่อว่าการรุกเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศนี้จะสร้างความสำเร็จอย่างใหญ่หลวงแก่เรา

ทั้งนี้ เพื่อให้มาตรฐานคุณภาพของเบียร์ช้างที่ผลิตในเมียนมาสอดคล้องกับคุณภาพเบียร์ช้างที่ผลิตในประเทศต่างๆทั่วโลก ทีมงานของอีเมอรัลด์ บริวเวอรี ต้องเข้ารับการฝึกอบรมเกี่ยวกับกระบวนการผลิตขั้นลึกทั้งที่กรุงเทพฯและในย่างกุ้ง ซึ่งในขั้นตอนการผลิตเบียร์ที่เมียนมา จะใช้มอลท์ที่นำเข้าจากยุโรป ฮอปจากเยอรมนี และสหรัฐ แหละน้ำจากแหล่งต่างๆที่มีสภาพเหมาะสมสำหรับนำมาผลิตเบียร์                  

นอกจากนี้ บริษัทยังดำเนินการผลิตเบียร์ในรูปแบบการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน กล่าวคือจะใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ที่โรงงานในสัดส่วน 30% และใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาบริหารจัดการฟุตพรินท์ด้านสภาพแวดล้อมของบริษัท ส่วนเครื่องจักรที่ใช้ในโรงงานผลิต จะเป็นเครื่องจักรอัจฉริยะช่วยประหยัดพลังงานพัฒนาโดยบริษัทโครนส์ ผู้ผลิตขวดและกระป๋องชั้นนำของโลก ส่วนระบบบำบัดน้ำเสียในโรงงานบริษัทคูโบต้า ของญี่ปุ่นเป็นผู้พัฒนาระบบ

บริษัทอีเมอรัลด์ บริวเวอรี ยังคงลงทุนด้านบุคคลากรและว่าจ้างแรงงานในท้องถิ่นที่มีความรู้ความสามารถในช่วง2-3ปีนับจากนี้ไป เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการผลิต และรองรับการขยายกำลังการผลิตเบียร์ช้างในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่เบียร์ ที่ไทยเบฟรุกหนัก เพราะก่อนหน้านี้ บริษัทได้เข้าซื้อหุ้นใหญ่ 75% ด้วยเม็ดเงินลงทุนสูงถึง 741.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในบริษัท Myanmar Distillery เจ้าของสุราแบรนด์ Grand Royal ครองส่วนแบ่งตลาดใหญ่ที่สุดในเมียนมา

นับวันยิ่งเห็นภาพ “ธุรกิจเครื่องดื่มเบียร์” ของอาณาจักร ไทยเบฟ” แกร่งขึ้นเรื่อยๆ