สศค.มองเฟดลดดอกเบี้ยตามคาด ชี้กนง.นำข้อมูลประเมินผลกระทบภาพรวมเศรษฐกิจไทย ขณะที่ หวั่นบาทแข็งกระทบส่งออก
นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)กล่าวถึงการปรับลดดอกเบี้ยของเฟดว่า การปรับลดดอกเบี้ยของเฟดไม่ได้อยู่นอกเหนือการคาดหมายของตลาด และตลาดยังมองอีกว่า ปลายปีจะลดดอกเบี้ยอีก ในส่วนของเราคิดว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)โดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)คงนำข้อมูลเหล่านี้ไปพิจารณาบวกกับปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจที่จะมีผลให้เศรษฐกิจเติบโตไม่เป็นไปตามศักยภาพ
ส่วนกรณีเงินบาทแข็งค่าขึ้นนั้น ในส่วนของกระทรวงการคลังก็เป็นห่วงว่า จะมีผลกระทบที่มีต่อภาคส่งออก ซึ่งการแข็งค่าของเงินบาทนั้น สามารถแข็งค่าได้ แต่ควรอยู่ในระดับเดียวกันกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะหากแข็งกว่าจะกระทบต่อการส่งออก
ส่วนกรณีราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นจะกระทบเฟ้อหรือไม่นั้น สศค. มองว่า เฟ้อเราอยู่ในขอบล่างของกรอบเงินเฟ้อ ซึ่งเราได้ใส่ราคาน้ำมันในโมเดลคำนวนเศรษฐกิจระดับที่สูงกว่านี้ ฉะนั้น ไม่น่าจะมีผล เพราะเชื่อว่าเป็นปัญหาระยะสั้น
กรณีหลายค่ายมองว่าเศรษฐกิจปีนี้จะต่ำกว่า 3 % เขากล่าวว่า บางค่ายอาจดูปัจจัยที่เข้ามากระทบแบบเดือนต่อเดือน แต่เรามองทุก3 เดือน ซึ่งบางสำนักอาจมองเห็นตัวเลขบางอย่าง ทำให้ต้องปรับคาดการณ์ ทั้งนี้ ปัจจัยเรื่องการส่งออกมีผลต่อการปรับประมาณการ อย่างไรก็ดี การส่งออกก.ค.ที่ผ่านมาก็ดีขึ้น ส่วนส.ค.จะรู้ตัวเลขในพรุ่งนี้
สำหรับกรณีข่าวที่ธปท.กับสมาคมแบงก์จะร่วมกันออกมาตรการป้องกันการก่อหนี้ครัวเรือน สศค.มองว่า ระดับหนี้ครัวเรือนในขณะนี้เมื่อเทียบกับ 10ปีก่อนก็อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน โดถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ โดยตัวเลข 78% ของจีดีพี ถ้าตัดหนี้ธุรกิจออกไป จะเหลือ 65 % เท่านั้น ฉะนั้น ก็ไม่ใช่เป็นระดับที่น่าตระหนก และใน 65 % นั้น มีอยู่ราว 50 % เป็นหนี้ที่มีหลักประกัน เช่น บ้าน และรถยนต์ ส่วน NPL ยังอยู่ระดับต่ำอย่างไรก็ตาม การที่ ธปท.ออกมาตรการก็อาจเห็นสัญญาณบางอย่างที่จำเป็นต้องมีมาตรการบางเรื่องออกมาดูแล








