วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘บาท’ เปิดตลาดเช้านี้ ‘แข็งค่า’ ที่ 30.75บาทต่อดอลลาร์

ตลาดปิดรับความเสี่ยง แต่เงินบาทไม่อ่อนค่าเร็วในระยะสั้นจากราคาทองปรับขึ้นมากดดันช่วงนี้

นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์  นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน  ธนาคารกรุงไทย  เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ30.75 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าจากช่วงปิดสิ้นสัปดาห์ก่อนที่ระดับ30.81 บาทต่อดอลลาร์

โดยในสัปดาห์นี้เชื่อว่า นักลงทุนจะระวังตัวมากขึ้นจากตลาดการเงินที่เข้าสู่ภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk Off) ตั้งแต่ท้ายสัปดาห์ก่อนขณะที่ในระยะสั้นก็มีการประชุมธนาคารกลางมากมายมีความเป็นไปได้สูงที่ทั้สองเหตุการณ์ดังกล่าวจะส่งผลให้เงินดอลลาร์ไม่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินในประเทศฝั่งเอเชียมากนัก

นอกจากนี้ทิศทางของเงินหยวนก็มีความน่าสนใจมากเนื่องจากหยวนอ่อนค่ารับคำขู่ของทรัมป์เรื่องการเก็บภาษีจากระดับ6.85 ขึ้นไปที่6.95 หยวนต่อดอลลาร์ถ้าสัปดาห์นี้อัตราแลกเปลี่ยนแตะระดับ7.00 หยวนต่อดอลลาร์ก็อาจส่งผลให้เกิดแรงขายสกุลเงินเอเชียอื่นๆตามมาอีกระลอก

อย่างไรก็ดีเงินบาทอาจไม่อ่อนค่าเร็วนักเนื่องจากในระยะสั้นยังคงมีแรงขายทองที่ราคาปรับตัวขึ้นพร้อมกันเข้ามากดดันอยู่ในช่วงนี้

มองกรอบเงินบาทวันนี้30.70-30.80 บาทต่อดอลลาร์และกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้30.60-31.10 บาทต่อดอลลาร์

สำหรับเศรษฐกิจและตลาดการเงินสัปดาห์นี้ แนะนำจับตาการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินทั่วทั้งเอเชียเริ่มต้นวันอังคารคาดว่าธนาคารกลางออสเตรเลีย(RBA) จะมีมติ“คง”อัตราดอกเบี้ยนโยบาย(Cash Rate) ที่ระดับ1.00% หลังลดดอกเบี้ยลง2 ครั้งรวม0.50% ไปแล้วนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน

นอกจากนี้ธนาคารกลางต่างๆในฝั่งตะวันออกก็มีแนวโน้มที่จะลดดอกเบี้ยลงไล่ตั้งแต่ธนาคารกลางนิวซีแลนด์(RBNZ) ที่ตลาดคาดว่าจะ“ลด”อัตราดอกเบี้ยนโยบาย(Cash Rate) 0.25% สู่ระดับ1.25% ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่มีการใช้นโยบายการเงิน

เช่นเดียวกับธนาคารกลางอินเดีย(RBI) ที่คาดว่าจะ“ลด”อัตราดอกเบี้ยนโยบาย(Repurchase Rate) 0.25% สู่ระดับ5.50% นับเป็นการลดดอกเบี้ยครั้งที่4 ของปีนี้ต่อด้วยธนาคารกลางฟิลิปปินส์(BSP) ที่จะ“ลด”อัตราดอกเบี้ยนโยบาย(Repurchase Rate) ลง0.25% สู่ระดับ4.25% ในวันพฤหัสฯ

วันพุธต้องจับตาคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) เช่นกันเราคาดว่ากนง.จะ“คง”อัตราดอกเบี้ยนโยบาย(Repo Rate) ที่ระดับ1.75%

แม้โดยรวมเศรษฐกิจจะมีแนวโน้มขยายตัวต่ำจากการค้าโลกที่ซบเซาและอัตราเงินเฟ้อก็ชะลอตัวลงเรื่อยๆแต่ธปท.กลับมีความเป็นห่วงความเสี่ยงด้านเสถียรภาพระบบการเงินอยู่จึงมีความเป็นไปได้น้อยที่จะพลิกมุมมองให้ผ่อนคลายหรือลดดอกเบี้ยเหมือนที่อื่น