เศรษฐกิจเดือนมิถุนายนชะลอลงจากเดือนก่อนจากอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศ
ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานเศรษฐกิจไทยในเดือนมิถุนายน 2562 ชะลอลงจากเดือนก่อนจากอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศ โดยเครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวชะลอลงในเกือบทุกหมวด ขณะที่เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชน หดตัว และการใช้จ่ายภาครัฐหดตัวทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน ด้านการส่ออกสินค้า การนำเข้าสินค้า และการผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวต่อเนื่อง สำหรับภาคการท่องเที่ยวกลับมาขยายตัวเล็กน้อยจาก นักท่องเที่ยวอินเดียเป็นสำคัญ ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนยังหดตัวตัวเนื่อง
i) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรรายงานรายได้ภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 6.7% YoY ผลผลิตภาคการเกษตรเพิ่มขึ้น 0.5% YoY ราคาสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้น 6.2% YoY
ii) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมรายงานผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (Manufacturing Production Index: MPI) ลดลง 5.5% YoY และ 2.2% MoM การใช้กำลังการผลิตลดลงจากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ 65.3%
iii) ดัชนีการบริโภคภาคเอกชน (Private Consumption Index: PCI) เพิ่มขึ้น 2.4% YoY แต่ลดลง 0.1% MoM
iv) ดัชนีการลงทุนภาคเอกชน (Private Investment Index: PII) ลดลง 4.6% YoY และ 0.9% MoM
v) จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้น 0.9% YoY เป็น 3.052 ล้านคน
vi) รายได้ภาครัฐเพิ่มขึ้น 10.9% YoY รายจ่ายภาครัฐลดลง 24.2% YoY
vii) มูลค่าส่งออกลดลง 2.1% YoY เป็น 2.129 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ มูลค่านำเข้าลดลง 9.6%YoY เป็น 1.689 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ ดุลการค้าเกินดุล 4.401 พันล้านดอลลาร์ฯ ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 3.923 พันล้านดอลลาร์ฯ
Impact
ตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคมีเพียงแค่ภาคเกษตรกรรมที่ดีขึ้นทั้งระดับราคา ปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น นอกนั้นชะลอตัวลงหรือลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
พื้นที่ขออนุญาตก่อสร้างหดตัวลงแรงต่อเนื่อง โดยในเดือนมิถุนายนหดตัว 9.5% YoY ส่งผลโดยตรงจากนโยบายควบคุมภาคอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ถ้า ธปท. ไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือรัฐบาลไม่มีมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ออกมา พื้นที่ขออนุญาตก่อสร้างจะหดตัวต่อเนื่อง บวกกับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหัรฐฯ กับจีนจะส่งผลให้การนำเข้าสินค้าประเภททุนหดตัว การหดตัวของการลงทุนมีข้อที่น่าสังเกตุว่าไม่ได้มากจากการชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวแต่มาจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายและมาตรการในการควบคุม เป็นอีกส่วนที่ทำให้การลงทุนหดตัวลง
มูลค่าส่งออกที่ทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องในครึ่งแรกของปี ก่อนที่ขยายตัว ถึง 7.4-18.3% YoY เนื่องจากการค้าโลกขยายตัวในระดับที่ดี ส่งผลให้กลายเป็นฐานที่สูงของปีนี้ ขณะที่ครึ่งหลังของปีก่อนเริ่มได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าทำให้อัตราการขยายตัวมูลค่าส่งออกขยายตัวต่ำกว่า10% YoY เหลือ 1.9-2.2 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ ซึ่งเท่ากับระดับของครึ่งแรกของปี นี้ ซึ่งจะทำให้อัตราการขยายตัวมูลค่าส่งออกครึ่งหลังของปีนี้จะไม่หดตัวลงแรงเหมือนช่วงครึ่งแรกของปี แต่ปัจจัยลบคือสงครามการค้ายังคงรุนแรงต่อเนื่อง และการชุมนุมประท้วงในฮ่องกงจะส่งผลต่อมูลค่าส่งออกไทยและนักท่องเที่ยวมายังไทยในช่วงเดือนกรกฎาคม
การเกินดุลการค้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเนื่องจากราคาน้ำมันอยู่ในระดับต่ำ การนำข้าสินค้าทุนลดลงทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามดัชนีเศรษฐกิจหลักในไตรมาสที่ 2/62 ชะลอตัวเทียบกับไตรมาสที่ 1/62 บวกกับฐาน GDP ไตรมาสที่ 2/62 สูง เบื้องต้นคาดว่าจะส่งผลให้ GDP ไตรมาสที่ 2/62 ขยายตัว 2.4-2.5% YoY ต่ำกว่าไตรมาสที่ 1/62 ที่ขยายตัว 2.8% YoY การหดตัวลงแรงของภาคก่อสร้างโดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์จะส่งผลให้รัฐบาลชุดใหม่จะต้องออกมาตรการเพื่อกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาสที่ 3/62 และ กนง. จะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.75% ไปจนถึงปีหน้า









