ผลประกอบการ 2Q62: ดีขึ้นในหลายด้าน
Event
กำไรสุทธิของ SCB ใน 2Q62 อยู่ที่ 1.10 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% QoQ แต่ลดลง 1.2% YoY ซึ่งเป็นไปตามประมาณการของเรา แต่ดีกว่าประมาณการของตลาดรวม (consensus) ประมาณ 3% ในขณะที่กำไรสุทธิใน 1H62 อยู่ที่ 20 หมื่นล้านบาท (-10%) คิดเป็น 48% ของประมาณการกำไรปีนี้ของเรา
lmpact
สินเชื่อฟื้นตัวขึ้นในหลายกลุ่ม
สินเชื่อรวมขยายตัวต่อเนื่องมาสามไตรมาสติดกันแล้ว โดยเพิ่มขึ้น 1% QoQ และ 3% YoY ซึ่งเป็นการเติบโตของสินเชื่อทุกกลุ่ม นำโดยสินเชื่อรายย่อยที่โตถึง 6.5% YoY ซึ่งประกอบด้วยสินเชื่อเช่าซื้อ ซึ่งโตถึง 14% YoY และสินเชื่อผู้ยีสด์สูงที่โตถึง 17% YoY ส่งผลให้ธนาคารสามารถรักษาระดับ NIM เอาไว้ได้ที่ 3.3%
รายได้ค่าธรรมเนียมจากหลายผลิตภัณฑ์ฟื้นตัวขึ้น
รายได้ค่าธรรมเนียมฟื้นตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งใน 2Q62 โดยเพิ่มขึ้นถึง 6% QoQ แต่ทรงตัว YoY เนื่องจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของค่าธรรมเนียมการบริหารสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 12% YoY, ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับสินเชื่อเพิ่มขึ้น 18% QoQ, ค่าธรรมเนียมสินเชื่อธุรกิจเพิ่มขึ้น 15% ในขณะที่ค่าธรรมเนียมธุรกรรมกลับมาอยู่ระดับปกติ แต่อย่างไรก็ตาม ค่าธรรมเนียมกองทุนลดลงถึง 8% QoQ และ 24% YoY
NPL ทรงตัว
NPLs ของสินเชื่อทุกกลุ่มทรงตัวต่อเนื่องมาห้าไตรมาสแล้ว ยกเว้น NPL จากสินเชื่อ yield สูง ซึ่งสัดส่วน NPL เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเนื่องจากสินเชื่อยีสด์สูงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นต้นทุนการตั้งสำรอง/สินเชื่อ (credit cost) จึงเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยเป็น 110bps ใน 2Q62 (จาก 102bps ใน 1Q62 และ 95bps ใน 2Q61) ในขณะที่สัดส่วน NPL coverage ทรงตัวอยู่ที่ 153%
Valuation & Action
ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวต่อเนื่องกันมาสามไตรมาสแล้ว แต่เราคิดว่า SCB เป็นเพียงธนาคารเดียวที่สามารถฉวยโอกาสขยายสินเชื่อและยังคุมคุณภาพสินทรัพย์เอาไว้ได้ในภาวะตลาดที่ยากลำบากเช่นนี้ ดังนั้น เราจึงยังคงเลือก SCB เป็นหุ้นเด่นของเราในกลุ่มนี้ โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 153 บาท (อิงจาก P/E ที่ 11.5x, P/BV 1.2x)
Risks
ต้นทุนทางการเงิน







