แนวโน้มขาขึ้นยาวกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้
Event
อัพเดตแนวโน้มอุตสาหกรรม
lmpact
ยังมีปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนให้ราคาขายสูงขึ้น
ทั้งไก่และหมูของไทยประสบปัญหาอุปทานล้นตลาดในช่วง 2H60-1H61 แต่อุปสงค์และอุปทานก็ค่อยๆ
ปรับตัวเข้าหากันมากขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับในปี 2562 ราคาหมูและไก่มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยขยับขึ้นมาแล้ว
ถึง 44.0% และ 13.9% YTD ตามลำดับ เราเชื่อว่าความกังวลเกี่ยวกับปัญหาอุปทานล้นตลาด ที่เกิดขึ้น
ในช่วงนี้จะทำให้ผู้เลี้ยงหมูรายเล็กไม่อยากส่งอุปทานใหม่เพิ่มเข้ามาในตลาด ซึ่งน่าจะส่งผลให้ราคาหมู
สูงขึ้น ในขณะเดียวกัน ราคาไก่ที่เพิ่มขึ้นก็น่าจะเป็นเพราะมีอุปสงค์เพิ่มขึ้นเพื่อทดแทนหมูที่มีราคาแพง
ขึ้น เราพบว่าส่วนต่างระหว่างราคาหมูและไก่เพิ่มเป็น 38.1 บาท/กก. ในเดือนพฤษภาคม 2562 ซึ่งเป็น
ระดับที่สูงที่สุดในรอบสามปี ทั้งนี้จากรายงานข่าวที่ปรากฎตามสื่อ ปัญหาโรค African Swine Fever
(ASF) ยังไม่น่าจะคลี่คลายไปในเร็ว ๆ นี้ ดังนั้น เราจึงเชื่อว่าวัฎจักรราคาขาขึ้นของหมูและไก่จึงอาจจะกิน
เวลานานกว่าที่เราคาดไว้ในตอนแรก
ปัญหาโรค ASF ที่ยืดเยื้อน่าจะส่งผลให้การส่งออกไก่แข็งแกร่ง
ตั้งแต่เริ่มมีรายงานการระบาดของโรค ASF ในประเทศจีนเมื่อเดือนสิงหาคม 2561 ก็มีการระบาดไปถึง
ประเทศข้างเคียงซึ่งรวมถึงเวียดนามและลาวด้วย โดยเมื่อเดือนมิถุนายน 2562 Food and Agriculture
Organization (FAO) รายงานว่าทางการจีนได้เชือดหมูทิ้งไปแล้วกว่า 1.1 ล้านตัว ในขณะที่ในเวียดนามมี
การเชือดทิ้งไปถึง 2.6 ล้านตัว ทางด้าน Rabobank ซึ่งเป็นธนาคารระดับโลกที่เชี่ยวชาญด้านการให้สินเชื่อ
ในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตรประเมินว่าโรค ASF น่าจะทำให้มีหมูต้องถูกฆ่าทิ้งมากถึง 200
ล้านตัวในประเทศจีน (เกือบครึ่งของประชากรหมูทั้งหมด) ซึ่งจะส่งผลให้จีนต้องนำเข้าเนื้อสัตว์มากขึ้น
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ของไทยรายงานว่ามูลค่าการส่งออกไก่แช่แข็งไปยังประเทศจีนในช่วง 5M62
เพิ่มขึ้นเป็น 96 ล้านเหรียญ จากแค่ 5 ล้านเหรียญในช่วง 5M61
ปรับสมมติฐานราคาขายสินค้า และต้นทุนอาหารสัตว์
เราปรับเพิ่มสมมติฐานราคาไก่เป็น 34.0 - 34.5 บาท/กก. ในช่วงปี 2562-64 จากเดิมที่ 31.0 -31.5 บาท/
กก.และปรับเพิ่มสมมติฐานราคาหมูเป็น 72.8-75.0 บาท/กก. ในอีกสามปีข้างหน้า จากเดิมที่ 65.0-72.0
บาท/กก. ในขณะเดียวกัน เราก็ปรับลดสมมติฐานราคาข้าวโพดปี 2562F-2564F ลง 2.0%-6.0% และ
ปรับราคาถั่วเหลืองนำเข้าลดลง 1.4%-5.0%
Stock for action
เมื่ออิงจากสมมติฐานใหม่ทำให้เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2562F-2564F ของ GFPT PCL
(GFPT.BK/GFPT TB)* ขึ้นอีก 6.3%-14.0% และของ Thaifoods Group PCL (TFG.BK/TFG TB) ขึ้นอีก
4.5%-30.4% เมื่อขยับไปใช้ราคเป้ าหมายกลางปี 2563 ก็ทำให้ได้ราคาเป้ าหมายใหม่ของ GFPT ที่ 19.70
บาท และของ TFG ที่ 4.88 บาท เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ GFPT แต่ปรับลดคำแนะนำ TFG จาก ซื้อ เป็น ถือ
เนื่องจากเหลือ upside ไม่มากแล้ว
Risks
ขาดแคลนวัตถุดิบ, ผลผลิตมากเกินความต้องการ, ราคาวัตถุดิบผันผวน, เกิดโรคระบาดสัตว์ และเงินบาท
แข็งค่าขึ้น
Industry outlook
ราคาขายยังคงแข็งแกร่งในปี 2562
หลังผ่านวิกฤติการณ์อุปทานล้นตลาดในช่วง 2H60-1H61 ราคาขายในประเทศก็ฟื้นตัวได้ค่อนข้างดี
โดยราคาหมูเฉลี่ยอยู่ที่ 69.6 บาท/กก. ในช่วง 5M62 เพิ่มขึ้นถึง 44.0% YoY ในขณะที่ราคาไก่ในช่วง
5M62 เฉลี่ยอยู่ที่ 33.1 บาท/กก. เพิ่มขึ้น 13.9% YoY เราเชื่อว่าผู้เลี้ยงหมูที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ ซึ่งคิดเป็น
94% ของฟาร์มเลี้ยงหมูทั้งหมดในประเทศไทยน่าจะรับความเสี่ยงได้น้อยลงหลังจากที่ประสบวิกฤติ
อุปทานล้นตลาดมาในช่วงก่อนหน้านี้ เพราะฉะนั้นอุปทานหมูใหม่จึงน่าจะมีจำนวนจำกัด และหนุน
ให้ราคาหมูสูงขึ้นไปอีก ในขณะเดียวกัน เรามองว่าราคาไก่ที่เพิ่มขึ้น จะมาจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นเพื่อ
ทดแทนเนื้อหมูที่มีราคาแพงขึ้น เราพบว่าส่วนต่างระหว่างราคาหมูและไก่เพิ่มเป็น 38.1 บาท/กก. ใน
เดือนพฤษภาคม 2562 ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบสามปี
เนื่องจากปัญหาโรคระบาดในหมูยังไม่น่าจะจบลงในเร็ว ๆ นี้ เราจึงเชื่อว่าวัฎจักรขาขึ้นของราคาไก่
และหมูจึงน่าจะกินเวลานานกว่าที่เราคาดไว้ก่อนหน้านี้อีก 6 เดือน จากที่เรามองไว้ที่ 12-18 เดือน
สำหรับราคาไก่ และ 18-24 เดือนสำหรับราคาหมู









