บอนด์ยีลด์สหรัฐที่อยู่ในระดับต่ำ และค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อน จะเป็นแรงหนุนให้นักลงทุนกลับมาถือสินทรัพย์เสี่ยงในฝั่งเอเชีย
นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุนธนาคารกรุงไทยเปิดเผยว่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ31.21 บาทต่อดอลลาร์แข็งค่าจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนที่31.23 บาทต่อดอลลาร์
ในคืนที่ผ่านมาดัชนีS&P500 ของสหรัฐฯปรับตัวขึ้น0.41% เพราะหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมันดิบจากเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ
แต่โดยรวมตลาดยังแสดงให้เห็นถึงความไม่มั่นใจในอนาคตเพราะรายงานข้อมูลเศรษฐกิจในช่วง2สัปดาห์ที่ผ่านมาค่อนข้างซบเซาล่าสุดในฝั่งสหรัฐฯยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานใหม่(Initial Jobless Claims) ก็เพิ่มขึ้น3 พันรายสู่ระดับ2.22 แสนรายตอกย้ำว่าตลาดแรงงานที่เคยแข็งแกร่งมากกำลังชะลอตัวลงเช่นกันบอนด์ยีลด์สหรัฐฯอายุ10ปีจึงปรับตัวลงต่อ3bps สู่ระดับ2.09%
สำหรับวันนี้ตลาดจะจับตารายงานข้อมูลเศรษฐกิจของจีนอาทิยอดการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร(Fixed Asset Investment) ที่จะขยายตัว6.1% ยอดค้าปลีก(Retail Sales) จะเติบโตราว8.0% และยอดการผลิตอุตสาหกรรม(Industrial Production) ชะลอตัวลงแตะระดับ5.3%
ฝั่งยุโรปคาดว่าการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางรัสเซีย(CBR) จะมีมติ“ลด” อัตราดอกเบี้ยนโยบาย(Key Rate) 0.25% สู่ระดับ7.50%
ส่วนของเงินบาทระยะสั้นมีการซื้อขายที่เบาบางแต่นักลงทุนต่างชาติและผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังซื้อเงินบาทอยู่โดยแนวโน้มการซื้อหุ้นและบอนด์ของต่างชาติเป็นสิ่งที่ต้องติดตามในช่วงนี้เราเชื่อว่าบอนด์ยีลด์สหรัฐที่อยู่ในระดับต่ำและค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนจะเป็นแรงหนุนให้นักลงทุนกลับมาถือสินทรัพย์เสี่ยงในฝั่งเอเชีย
มองกรอบค่าเงินบาทวันนี้31.15 - 31.30 บาทต่อดอลลาร์






