วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

NER - ซื้อ

แนวโน้ม 2Q62 จะเติบโตสูงทั้ง YoY และ QoQ

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

  • รายงานกำไร 1Q62 เท่ากับ 101 ลบ. -15.4%YoY: งวด 1Q62 มีรายได้หลักเท่ากับ 3,038 ลบ +84.3%YoY แบ่งเป็นยอดขายในประเทศ 1,842 ลบ. +68%YoY และยอดส่งออก 1,197 ลบ. +118%YoY มีปริมาณขายที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ 69,083 ตัน +110%YoY ประกอบกับช่วง 1Q61 บริษัทฯถูกจำกัดการส่งออก ขณะที่ %GPM ปรับตัวลดลงมาที่ระดับ 8.2% จาก 1Q61 อยู่ที่ระดับ 12.4% เนื่องจากราคาขายที่ปรับตัวขึ้นช้ากว่าราคาต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และ %SG&A ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ 6% จาก 1Q61 อยู่ที่ระดับ 3.4% ส่งผลให้ %NPM ลดลงมาที่ระดับ 3.3% จาก 1Q61 อยู่ที่ระดับ 7.1% ทั้งนี้ 1Q62 มีกำไรสุทธิ เท่ากับ 101 ลบ. -15.4%YoY และคิดเป็น 18% ของประมาณการกำไรปี 62
  • แนวโน้ม 2Q62 จะเติบโตสูงทั้ง YoY และ QoQ: แนวโน้มรายได้และกำไรในช่วง 2Q62 จะเติบโตสูงทั้ง YoY และ QoQ ตามปัจจัยสนับสนุน 2 ประการดังนี้ 1) ผลบวกจากสายการผลิตใหม่ (ยาง RSS-Mixture) เริ่มดำเนินการเต็มไตรมาส ช่วยหนุนกำลังผลิตรวมเพิ่มขึ้นอีก 60,000 ตัน/ปี ส่งผลให้กำลังผลิตรวมปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 292,800 ตัน/ปี และ 2) แนวโน้ม %GPM จะปรับตัวสูงขึ้นสู่ช่วง 9-12% เทียบกับ 2Q61 และ 1Q62 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 10% และ 2% ตามลำดับ เนื่องจากแนวโน้มราคายางปัจจุบันเริ่มอ่อนตัวลงจากการเข้าสู่ฤดูกรีดยาง ในขณะที่ราคาขายยังคงทรงตัวในระดับสูงเนื่องจากการทำสัญญาขายล่วงหน้าเมื่อ 4 เดือนก่อน นอกจากนี้ ยังได้ผลบวกจากสายการผลิตใหม่ (RSS-Mixture) ที่มี %GPM สูงอยู่ที่ราว 12% ขณะที่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ มี %GPM อยู่ที่ระดับ 8-10% อย่างไรก็ดี ผลประกอบการ 2Q62 จะถูกผลกระทบเล็กน้อยจากมาตรฐานบัญชีใหม่ในการตั้งสำรอง Employee Benefit ราว 1.2 ลบ. หรือคิดเป็น 0.01% ของรายได้รวม
  • ปรับลดคาดการณ์กำไรปี 62 สู่ 531ลบ. (ลดลงจากเดิม 7%) เติบโต 1%YoY: เราปรับประมาณการรายได้ปี 62 เพิ่มขึ้นสู่ราว 12,767 ลบ. (เพิ่มขึ้น 11%) +27%YoY จากสมมติฐานการปรับตัวขึ้นของกำลังผลิตรวม (Capacity) ในปี 62 สู่ 292,800 ตัน/ปี จากการเพิ่มสายการผลิตใหม่ยาง RSS-Mixture ซึ่งมี Capacity 60,000 ตัน/ปี พร้อมกับปรับเพิ่มคาดการณ์ %U.Rate ทั้งปี 62 รวมสู่ 80% (จากเดิม 75%) อย่างไรก็ดี เราปรับลดสมมติฐาน %GPM ลงสู่ระดับ 9.5% (จากเดิม 10.4%) หลังจากที่ 1Q62 มี %GPM เพียง 8.2% แต่ %GPM จะค่อยๆปรับตัวดีขึ้นในช่วงที่เหลือของปี ส่งผลให้เราปรับลดคาดการณ์กำไรลงสู่ 531 ลบ. (ลดลงจากเดิม 7%) เติบโต 9.1%YoY
  • คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาเหมาะสมลงสู่ 3.10 บาท (จากเดิม 3.32 บาท): ฝ่ายวิจัยประเมินราคาเหมาะสมด้วยวิธี Prospective PE อย่างอนุรักษ์นิยมที่ระดับ PE ราว 9 เท่า (ปัจจุบันซื้อขายที่ระดับ PE 7.5 เท่า) ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ระดับ 10 เท่า พร้อมกับคาดการณ์กำไรต่อหุ้นปี 62 ราว 0.34 บาทต่อหุ้น (ลดลงจากเดิมที่ 0.37 บาทต่อหุ้น) ส่งผลให้เราปรับราคาเหมาะสมลงสู่ราว 3.10 บาท (จากเดิม 3.32 บาท) แต่ยังคงมี Upside จากราคาปัจจุบัน 37% จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”

ความเสี่ยง

i) ความผันผวนของราคายางพารา
ii) ลูกค้าไม่ปฏิบัติตามสัญญา
iii) แผนการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ล่าช้ากว่ากำหนด
iv) ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน