ผลประกอบการไตรมาส 4/61 แข็งแกร่งตามคาด: แนวโน้มเติบโตต่อในไตรมาส 1/62
ผลประกอบการเป็นไปตามที่เราคาด แต่สูงกว่าที่ตลาดประมาณการ
ERW รายงานผลประกอบการกำไรหลักที่ 180 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% YoY และ 333% QoQ ผลประกอบการสอดคล้องกับที่เราคาด แต่สูงกว่าที่ตลาดประมาณการเนื่องจากความประหลาดใจเชิงบวกในอัตรากำไรหลักนอกจากนี้ ERW ได้ประกาศเงินปันผลต่อหุ้นที่ 0.09 บาท สำหรับการดำเนินงานในปี 2561 (เป็นไปตามคาด) คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ 1.2% (เป็นไปตามคาด) ขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 11 มี.ค. และจ่ายในวันที่ 24 พ.ค.
ประเด็นหลักผลประกอบการ
กำไรที่แข็งแกร่งหนุนโดยการเติบโตของรายได้จากธุรกิจโรงแรม และการขยายตัวของอัตรากำไรหลัก อัตรากำไรหลักอยู่ที่ 10.6% ในไตรมาส 4/61สูงขึ้นจาก 10.2% ในไตรมาส 4/60 และอยู่ที่เพียง 2.9% เท่านั้นในไตรมาส 3/61 หนุนโดนการเติบโตของรายได้ รายได้จากธุรกิจโรงแรมอยู่ที่1.6 พันล้านบาท (ดีที่สุดอันดับสองในประวัติกาล) สูงขึ้น 7% YoY และ 19% QoQ หนุนโดยช่วงไฮซีซันและการดำเนินงานเต็มรูปแบบของโรงแรม JW Marriott (จากที่ปิดปรับปรุงในไตรมาส 2/61-3/61) จำนวนห้องพักโรงแรมเพิ่มขึ้น 16% YoY มาอยู่ที่ 8,485 ห้อง รายได้เฉลี่ยต่อห้องโรงแรม(ไม่รวมโรงแรมราคาประหยัด) อ่อนตัวลง 1% YoY เนื่องจากอัตราการเข้าพักลดลงมาอยู่ที่ 80% ในไตรมาส 4/61 (เทียบกับ 83% ในไตรมาส 4/60) ซึ่งกลบกับอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยที่สูงขึ้น 3% รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักโรงแรมระดับบนสูงขึ้น 5% YoY เนื่องจากอัตราการเข้าพักขยายตัว
รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักโรงแรมระดับกลางอ่อนตัวลง 5% YoY และรายได้เฉลี่ยต้อห้องพักโรงแรมราคาถูกเพิ่มขึ้น 1% YoY รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักโรงแรมราคาประหยัดลดลง 2% YoY
แนวโน้ม
เราประมาณการว่ากำไรหลักทำสถิติสูงสุดในไตรมาส 1/62 เนื่องจากช่วงไฮซีซันของการท่องเที่ยวไทย ERW จะได้รับอานิสงค์จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน (คิดเป็น 15% ของรายได้ของธุรกิจโรงแรม) นอกจากนี้การดำเนินงานเต็มรูปแบบของโรงแรม JW Marriott (เปิดใหม่อีก
ครั้งหลังจากปิดเพื่อปรับปรุงไป 40% ในช่วงไตรมาส 2/61-3/61) จะหนุนกำไรในไตรมาส 1/62 ปัจจัยหนุนหลักสำคัญคืออัตราการเข้าพักโรงแรมและกำไรในไตรมาส 2/62 จะเติบโตแบบก้าวกระโดด YoY
สิ่งทีเปลี่ยนแปลง
เรายังคงประมาณการเติบโตของกำไรหลักแข็งแกร่งที่ 16% ในปี 2562 การเติบโตของรายได้จากธุรกิจโรงแรมในปี 2562 จะกลับเข้าสู่ระดับปกติที่ 8% หลังจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนชะลอตัวในช่วงครึ่งหลังปี 2561 (อุบัติเหตุเรือล่ม) อัตรากำไรหลักเป็นปัจจัยหนุนสำคัญของการเติบโตของกำไร เนื่องจากเราประเมินว่าการเติบโตของรายได้เฉลี่ยต่อห้องโรงแรมอยู่ที่ 4% (ไม่รวม HOP INN ซึ่งเป็นโรงแรมราคาประหยัด) นำไปสู่การขยายตัวของอัตรากำไรหลัก (จาก 8.6% ในปี 2561 มาอยู่ที่ 9.2% ในปี 2562) และการปรับปรุงโรมแรม JW Marriott เฟสสุดท้ายจะส่งผลกระทบเพียงเล็กน้อยต่อกำไรในปี 2562 เนื่องจาก 70% ของห้องพักทั้งหมดได้รับการอัพเกรดแล้วในปี 2560-61
คำแนะนำ
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อการท่องเที่ยวไทยในปี 2562 เนื่องจากถือเป็นปีแห่งการฟื้นตัว ERW ดำเนินธุรกิจโรงแรมเพียงธุรกิจเดียวในประเทศไทย การประเมินมูลค่า PER ในปี 2562 สูงขึ้นจาก 29.9 เท่ามาอยู่ที่ 35 เท่า (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในปี 2549-61 ที่ 61.9 เท่า) เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมายประเมินด้วยวิธี DCF ที่ 8.80 บาท อ้างอิงจากการคิดลด 30% จากมูลค่า DCF , WACC ที่ 7.9%, terminal growth rate ที่ 2% ในระยะสั้น ERW จะเติบโตโดดเด่นกว่าผู้ประกอบการโรงแรมรายอื่นจากแนวโน้มกำไรหลักทำสถิติสูงสุดในไตรมาส 1/62






