รอติดตามถ้อยแถลงของประธานเฟดต่อสภาคองเกรส (รอบครึ่งปี) ในคืนวันที่ 26-27 ก.พ.นี้
โดยประเด็นสำคัญจะอยู่ที่การประเมินภาวะทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ รวมถึงทิศทางนโยบายการเงินปี 62 ของสหรัฐฯ ซึ่งเรามองเป็นปัจจัยที่ตลาดให้น้ำหนักความสำคัญสูงและอาจส่งผลกระทบต่อทิศทางเงินลงทุนในระยะสั้น หากเฟดมีการส่งสัญญาณทางการเงินที่ผิดไปจากตลาดคาด หรือ เปิดช่องทางความเป็นไปได้ในการกลับมาเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้ หลังส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นมานานกว่า 2 เดือน
ประธานาธิบดีทรัมป์ออกโรงกดดันโอเปกหวังให้ลดความร้อนแรงของตลาดน้ำมัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเมื่อคืนนี้ปรับลงแรงตอบสนองต่อข่าวดังกล่าว (WTI -3.10%, Brent -3.50%) โดยทรัมป์ระบุว่า ราคาน้ำมันที่สูงมากจนเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ตาม เรามองคำขู่ของทรัมป์ไม่มีผลต่อการตัดสินใจของกลุ่มโอเปกเมื่อพิจารณาจากช่วงปลายปีก่อนที่ทรัมป์แนะนำให้กลุ่มโอเปกลดการแทรกแซงราคาน้ำมัน แต่ก็จบลงด้วยการเดินหน้าข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิตนับแต่นั้นมา อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าจะทราบความชัดเจนหลังการประชุมโอเปกในเดือน เม.ย.
Earnings Recession ตัวเลขคาดการณ์กำไรสุทธิต่อหุ้นของ SET Index ยังคงปรับตัวลงลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นปี (-4.21% YTD) ซึ่งตรงข้ามกับดัชนีที่ปรับตัวสูงขึ้น (+6.90% YTD) ส่งผลให้ค่าอัตราส่วน Forward PER ของตลาด ณ ปัจจุบัน ดีดตัวขึ้นแรง หรือ ทำให้ความน่าสนใจในเชิงมูลค่าลดลง เรามองอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้การฟื้นตัวต่อของตลาดมีความเปราะบาง
ตลาดอาจเริ่มเปราะบางหลังขึ้นตอบรับปัจจัยบวกไปมากแล้ว เรามองว่าดัชนีได้วิ่งตอบรับปัจจัยบวกไปมากแล้วและคาดว่าการขึ้นต่อจะเริ่มเปราะบางมากขึ้น เมื่อพิจารณาจากตัวเลขคาดการณ์กำไรที่ยังคงปรับลงอย่างต่อเนื่องรวมถึงความไม่แน่นอนของปัจจัยต่างๆ อาทิ สถานการณ์การเลือกตั้งภายในประเทศ, BRExit, การแถลงนโยบายรอบครึ่งปีของเฟด และการเจรจาการค้าระหว่างจีน-สหรัฐฯ ในช่วงที่เหลือ ซึ่งอาจส่งผลให้ตลาดมีความเสี่ยงต่อการปรับฐานมากขึ้น แนะเก็งกำไรด้วยความระมัดระวัง
เน้นหุ้นกลุ่มที่ยังขึ้นน้อย หรือ Laggard กว่าตลาด เรามองว่าตลาดจะเริ่มหันมาผลักดันหุ้นกลุ่มที่ราคายังขึ้นน้อย หรือ Laggard กว่าตลาด (YTD) อาทิ IVL, BDMS, BCH, BCP, PTTGC, BBL, TRUE ขณะที่ เรายังชอบหุ้นกลุ่มพลังงาน โรงกลั่น ปิโตรฯ ที่ราคาสะท้อนผลการดำเนินงานที่อ่อนแอไปแล้วในไตรมาส 4/61 อาทิ PTT, PTTEP, TOP, BCP, PTTGC, SCC รวมถึง หุ้นกลุ่มค้าปลีก-ท่องเที่ยว-สาธารณูปโภค ที่คาดได้รับอานิสงส์จากการบริโภคภายในประเทศที่ฟื้นตัวและการท่องเที่ยวที่คาดผ่านจุดต่ำสุด เราชอบ CPALL, ROBINS, CPF, AOT, ERW, CENTEL, BEM, BTS
ภาพรวมกลยุทธ์: โมเมนตัมการฟื้นตัวถูกขับเคลื่อนจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก ระวังโอกาสการปรับฐานของตลาดในระยะสั้น // หุ้นแนะนำวันนี้ BCH, GPSC, ERW /เก็งกำไร TOP* (เป้า 78 ตัดขาดทุน 70)
แนวรับ 1660 / แนวต้าน : 1675 จุด สัดส่วน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%
ประเด็นการลงทุน
PTTEP – PTTEP ลงนามแบ่งผลประโยชน์ แหล่ง"บงกช - เอราวัณ"กับ "มูบาดาลา ปิโตรเลียม" ประกาศทุ่มงบลงทุน 1 ล้านลบ.ใน 10 ปี ยันเสนอขายราคาก๊าซต่ำไม่กระทบกำไร
BRExit – ประธานคณะรัฐมนตรียุโรปกล่าวเตือน โอกาสที่อังกฤษจะสามารถบรรลุข้อตกลงแยกตัวจากสหภาพยุโรปทัน deadline วันที่ 29 มี.ค.ค่อนข้างริบหรี่ โดยนางเทเรซา เมย์ กำหนดวันลงมติในรัฐสภาวันที่ 12 มี.ค.
ประเด็นติดตาม: 27 ก.พ. – ศาล รธน. ชี้ขาด ทษช. กรณียุบพรรค, อัยการ เรียกธนาธรเข้าพบกรณีปลอมประวัติ / 28 ก.พ. – China manufacturing PMI, US GDP 4Q18
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)






