เวทีรับฟังความเห็น "ไอซีดี ฉะเชิงเทรา" ล่ม หลังชุมชนออกโรงค้านโครงการ สนข.เผย ต.หนองตีนนก อ.แปดริ้ว เหมาะสมที่สุด ใกล้เส้นทางคมนาคมหลัก กระทบชาวบ้านน้อยสุด เผยใช้งบก่อสร้าง 1.4 หมื่นล้านบาท รองรับตู้คอนเทนเนอร์ได้ถึง 1.9 ล้านทีอียู
โครงการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้า (ไอซีดี) ฉะเชิงเทรา เพื่อรองรับการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) อยู่ในขั้นตอนการศึกษา ซึ่งที่ผ่านมามีการร้องคัดค้านของชุมชนบางส่วนใน ต.หนองตีนนก อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา โดยยื่นหนังสือคัดค้านต่อสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัมนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
วานนี้ (11 ก.พ.) ที่ผ่านมา สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จัดสัมมนาเผยแพร่ผลการศึกษาและรับฟังความคิดเห็นต่อรายงานฉบับสมบูรณ์ โดยมีหน่วยงานและประชาชนใน จ.ฉะเชิงเทรา มารับฟังกว่า 200 คน ซึ่งเวทีนี้ได้ยุติลงก่อนที่จะถึงช่วงรับฟังความเห็น เพราะมีกลุ่มที่อ้างว่าจะได้รับผลกระทบจากโครงการนี้เข้ามาประท้วง
นายชุมโชค นันทวิชิต รองผู้จัดการโครงการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์รองรับอีอีซี เปิดเผยว่า ได้ศึกษาศักยภาพความพร้อมของ 4 พื้นที่ คือ 1.พื้นที่ใกล้กับสถานีรถไฟโพรงอากาศ ติดกับเส้นทางรถไฟ ต.โพรงอากาศ อ.บางน้ำเปรี้ยว
2.พื้นที่บนถนนสุขาภิบาล 11 ติดแม่น้ำบางปะกง ต.บ้านโพธิ์ อ.บ้านโพธิ์ 3.พื้นที่ใกล้สถานีรถไฟดอนสีนนท์ อยู่ติดกับเส้นทางรถไฟ ต.หนองตีนนก อ.บ้านโพธิ์ (ด้านตะวันออกของทางรถไฟ) 4.พื้นที่ใกล้สถานีรถไฟดอนสีนนท์ เลียบคลองชลประทาน ต.หนองตีนนก อ.บ้านโพธิ์ (ด้านตะวันตกของทางรถไฟ)
เลือกจุดกระทบชุมชนน้อยสุด
นายชุมโชค กล่าวว่า พื้นที่ 3 ใกล้กับสถานีรถไฟดอนสีนนท์ (ด้านตะวันออกของทางรถไฟ) เหมาะสมที่สุด เพราะอยู่ใกล้กับเส้นทางคมนาคมสำคัญ ทั้งสถานีรถไฟ ถนนหลวงหมายเลข 315 ที่เป็นเส้นทางหลัก และทางหลวงชนบทหมายเลข 3122 ที่สำคัญในพื้นที่นี้ ซึ่งกระทบประชาชนน้อยที่สุด และพื้นที่เป็นที่ดินแปลงใหญ่ 120 แปลง กระทบชาวบ้าน 30 หลังคาเรือน หากสร้างพื้นที่อื่นจะกระทบชาวบ้านมากกว่านี้
“ในการคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสม ต้องมีเส้นทางคมนาคมหลักเข้าถึงพื้นที่สะดวกที่สุด เพื่อลดต้นทุนขนส่ง และดึงดูดให้บริษัทขนส่งเข้ามาใช้บริการ ที่สำคัญจะต้องกระทบประชาชนน้อยที่สุด”
ส่วนทางเลือกในพื้นที่ 1 ใกล้สถานีรถไฟโพรงอากาศ ต.โพรงอากาศ อ.บางน้ำเปรี้ยว แม้จะมีพื้นที่เยอะแต่เป็นทางระบายน้ำหลากจากแม่น้ำเจ้าพระยา และการคมนาคมขนส่งไม่สะดวก ซึ่งทำให้ ต.หนองตีนนก อ.บางน้ำเปรี้ยวเหมาะสมที่สุด
ยืนยันชุมชนส่วนใหญ่เห็นด้วย
ทั้งนี้ การลงพื้นที่ประชุมกลุ่มย่อยในพื้นที่ดังกล่าวพบว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับโครงการนี้ ส่วนประชาชนที่ได้รับผลกระทบต้องเวนคืนพื้นที่ ก็จะชดเชยให้อย่างเหมาะสม
สำหรับโครงการ ไอซีดี จ.ฉะเชิงเทรา ประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก ได้แก่ 1.พื้นที่ส่วนกลาง ประกอบด้วย อาคารสำนักงานกลาง, โรงอาหาร, อาคารพักสินค้าตกค้าง, อาคารตรวจสอบเอ็กซ์เรย์ พร้อมด้วยจุดพัก ซึ่งประกอบด้วยปั๊มน้ำมันและปั๊มแก๊ส, ลานจอดพักรถเทรลเลอร์ และร้านค้าต่างๆ
2.พื้นที่สถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์ ประกอบด้วย ลานกองตู้คอนเทนเนอร์, โรงซ่อม, ลานทำความสะอาดตู้, โรงอาหาร, อาคารปฏิบัติการ, อาคารสำนักงาน, จุดคัดแยกและบรรจุสินค้ารวมทั้งโรงพักสินค้า 3.โครงข่ายถนนเชื่อมต่อเข้า-ออกโครงการ และ Service Road เช่น ทางแยกต่างระดับขนาด 2 ช่องจราจรเชื่อมโครงการกับทางหลวงหมายเลข 315
4.ทางรถไฟเชื่อมต่อเข้าพื้นที่โครงการและพื้นที่สถานีรถไฟ ประกอบด้วย อาคารสถานีรถไฟดอนสีนนท์ และหอสูงตรวจการณ์ พร้อมอาคารสำนักงาน โดยโครงการจะก่อสร้างทางเชื่อมรางรถไฟเข้ามาในพื้นที่ไอซีดี เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับการขนถ่ายสินค้าด้วยตู้คอนเทนเนอร์ทั้งขาขึ้นและขาล่อง
เตรียมพื้นที่พัฒนา 760 ไร่
นอกจากนี้ ไอซีดี จ.ฉะเชิงเทรา มีพื้นที่โครงการรวม 760 ไร่ มีมูลค่าลงทุนรวมทั้งหมด 14,507 ล่านบาท โดยการก่อสร้างจะแบ่งเป็น 2 เฟส ในเฟส 1 จะใช้พื้นที่ 211 ไร่ ใช้เงินลงทุน 10,941 ล้านบาท รองรับปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ได้ 10 ปี คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2567 ส่วนเฟส 2 ใช้พื้นที่ 160 ไร่ ใช้เงินลงทุน 3,566 ล้านบาท คาดว่าจะจะดำเนินการในปี 2577
ทั้งนี้ จากผลการศึกษาคาดการณ์ว่าในปีแรกจะมีปริมาณตู้สินค้าที่เข้ามาใช้บริการสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์ที่จ.ฉะเชิงเทรา จำนวน 5 แสนทีอียู และเพิ่มขึ้นเป็น 1.9 ล้านทีอียูในปีที่ 30 โดยการวิเคราะห์ทางด้านเศรษฐกิจพบว่า ให้ผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจอัตรา 15% มีระยะเวลาสัมปทาน 30 ปี แต่การออกแบบรายละเอียดจะปรับตัวเลขให้เหมาะสมได้
ส่วนรูปแบบการลงทุนแบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่ 1. ภาครัฐลงทุน 7,178 ล้านบาท โดยจะลงทุนในส่วนของงานจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน โครงสร้างพื้นฐานส่วนกลาง ค่าที่ดิน ปรับปรุงพื้นที่ ทำถนนโดยรอบโครงการ และสร้างทางรถไฟเข้ามาในพื้นที่ ภาคเอกชนลงทุน 7,330 ล้านบาท ในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานภายในโครงการ งานจัดหาอุปกรณ์เครื่องยกตู้สินค้า ซึ่งคาดว่าเอกชนใช้เวลาคืนทุน 17-18 ปี
2.ภาครัฐลงทุน 13,192 ล้านบาท ครอบคลุมการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ค่าที่ดินและโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนเอกชนลงทุน 1,316 ล้านบาท ครอบคลุมอุปกรณ์ยกตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งจะคืนทุนใน 3-5 ปี
เล็งชง กพอ.เคาะเลือกพื้นที่
นายชุมโชค กล่าวว่า ขั้นตอนหลังจากนี้จะเสนอผลการศึกษาให้ กพอ.พิจารณา จากนั้นในช่วงปี 2562 ถึงต้นปี 2563 จะออกแบบในรายละเอียด จากนั้นปี 2563 จะอนุมัติโครงการ และปี 2564 คัดเลือกผู้รับสัมปทาน และจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ปี 2565 ก่อสร้างโครงการ และปี 2567 เปิดดำเนินการ
นายชุมโชค กล่าวว่า ความกังวลในเรื่องของสิ่งแวดล้อมนั้น ขอยืนยันว่าโครงการนี้จะไม่กระทบต่อการระบายน้ำอย่างแน่นอน โดยในจุดที่คลองตัดผ่านโครงการจะมีการปรับปรุงดาดคอนกรีตให้น้ำไหลได้ดีขึ้น ขุดคลองด้านข้าง และขยายคลองช่วงตอหม้อสะพานรถไฟให้น้ำไหลได้อย่างสะดวก จะทำให้ทางน้ำสะดวกกว่าเดิม ส่วนผลกระทบจากการถมดินที่อาจทำให้น้ำท่วมสูงขึ้นนั้น จากการศึกษาปริมาณน้ำฝนและปริมาณน้ำท่วมตลอด 50 ปี พบว่าจะส่งผลน้อยมาก พื้นที่นี้ส่วนใหญ่เป็นแหล่งรับน้ำอยู่แล้ว จะมีน้ำท่วมตามฤดูการเป็นปกติ





