บอร์ดBEM อนุมัติ"ยุติข้อพิพาท"และยกฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก"กทพ."กว่า1.3แสนล้านบาท แลก"ต่ออายุสัมปทาน 3 สัญญา ไปจนถึงปี2600 และให้สิทธิลงทุน ปรับปรุงระบบทางด่วนขั้นที่ 2 มูลค่ากว่า 3.1หมื่นล้านบาท
นางพเยาว์ มริตตนพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) รายงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ เมื่อวันที่ 6 ก.พ.ได้มีมติอนุมัติ ให้นำเสนอที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ในวันที่ 18 มี.ค. พิจารณาอนุมัติให้บริษัท และบริษัททางด่วนกรุงเทพเหนือจำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ยุติข้อพิพาททั้งหมดกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) โดยการทบทวนและแก้ไขสัญญา โครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 สัญญาเพื่อการต่อขยายโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2(ส่วนดี) และสัญญาโครงการทางด่วนสายบางปะอิน- ปากเกร็ด
ซึ่งในการยุติข้อพิพาททั้งหมดดังกล่าว กทพ. และบริษัท ตกลงที่จะมีการขยายระยะเวลาสัญญาสัมปทาน ทั้ง 3 สัญญา ออกไปสิ้นสุดในปี 2600 อัตราค่าผ่านทางจะมีการปรับเพิ่มขึ้นแบบคงที่ทุกระยะเวลา 10 ปี และให้บริษัทลงทุนปรับปรุงระบบทางด่วนขั้นที่ 2 ซึ่งใช้เงินลงทุนก่อสร้างประมาณ 31,500ล้านบาท ซึ่งการตกลงดังกล่าวถือเป็นการได้มาจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ตามประกาศของคณะกรรมการกำกับตลาดทุน
ทั้งนี้บริษัทบีอีเอ็ม และบริษัทย่อยมีข้อพิพาทกับกทพ. โดยได้ยื่นเรียกร้องค่าเสียหายจากกทพ. จำนวน 11 เรื่องมีมูลค่าฟ้องร้องจนถึงวันที่ยื่นข้อพิพาททั้งสิ้นประมาณ54,504ล้านบาท ซึ่งมีการนำเข้าสู่การพิจารณาในชั้นอนุญาโตตุลาการตามขั้นตอนระงับข้อพิพาทตามสัญญาและในชั้นศาลปกครอง อย่างไรก็ตามยังมีข้อพิพาทตามสัญญาซึ่งมีประเด็นเดียวกันหรือประเด็นที่เกี่ยวข้องกันกับข้อพิพาทที่มีการยื่นฟ้องต่อศาลและต่อคณะอนุญาโตตุลาการแล้วแต่ยังอยู่ในขั้นตอน คณะผู้พิจารณาและในขั้นตอนยื่นหนังสือบอกกล่าวให้กทพ. ปฏิบัติตามสัญญาอีกโดยมีมูลค่าข้อพิพาททั้งสองส่วนรวมดอกเบี้ยจนถึงวันที่ 11 ธันวาคม 2561 เป็นเงินจำนวน137,517ล้านบาท






